“ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”
พฤศจิกายน 17, 2008
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน Editor Talk สัปดาห์นี้กลับมาทำหน้าที่นกพิราบส่งสารแก่ท่านผู้อ่านเช่นเคยนะค่ะ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2551 นี้คงไม่มีเรื่องใดสำคัญเท่าเรื่อง “พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” อีกแล้ว เพราะการสูญเสียครั้งนี้ เรามิได้เพียงแค่สูญเสียเชื้อพระวงศ์ พระองค์หนึ่งเท่านั้น แต่เหล่าพสกนิกรชาวไทยได้สูญเสีย “ปูชนียบุคคล” พระองค์ผู้ซึ่งสร้างคุณานุประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะฉะนั้นการสูญเสียในครั้งนี้ควรค่าที่คนไทยทุกคนจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์และในหัวใจคนไทยมิรู้ลืม
เพื่อเป็นการแสดงความอาลัย และร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยให้แด่พระองค์ท่านเป็นวาระสุดท้าย Editor Talk จึงขอนำเสนอเรื่องราว “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” แก่ท่านผู้อ่านไปพร้อมๆ กันค่ะ
15 พฤศจิกายน 2551 พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โปรดเกล้าฯ ให้เปลื้องพระลองทองใหญ่ เชิญพระโกศประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน ที่ประตูกำแพงแก้ว เสด็จฯ ตามไปส่งที่ลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จแทนพระองค์ตามพระโกศไปยังพลับพลายยกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร
ลำดับต่อไป สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ตามพระโกศ ขบวนกองทหาร ขบวนพระอิสริยยศ แห่เชิญพระโกศสู่ท้องสนามหลวง เวียนพระเมรุครบ 3 รอบ เชิญพระโกศสู่พระเมรุ
เวลา 16.30 น. พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จขึ้นพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ
16 พฤศจิกายน 2551 เป็นพิธิเก็บพระอัฐิ หลังจากนี้พระราชพิธีจะมีต่อไปอีกสามวันจนถึงวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2551
จากพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ผู้เขียนสังเกตเห็นคำว่า “พระเมรุ” และ “ทุ่งพระเมรุ” ซึ่งสร้างความสงสัยให้แก่ผู้เขียนว่าข้อเท็จจริงมีความเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีอย่างไร และผู้เขียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านบางท่านคงสงสัยในเรื่องนี้เช่นกัน จึงเป็นความรู้เพิ่มเติมที่ผู้เขียนจะนำมาแบ่งปันสู่ท่านผู้อ่านกันค่ะ หนังสือ “พระเมรุทำไม? มาจากไหน?” ของบรรณาธิการ สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เล่าว่า “พระเมรุ” ย่อมาจากคำว่า “เขาพระเมรุ” ซึ่งเป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่บนสวรรค์ เป็นแกนของจักรวาล เป็นที่ชุมนุมของเทวดา เชิงเขาพระเมรุเป็นป่าหิมพานต์
เขาพระเมรุสูง 84,000 โยชน์ จมลงไปในน้ำ 84,000 โยชน์ หนา 84,000 โยชน์ กลมรอบปริมณฑล 250,000 โยชน์ ด้านทิศตะวันออกเป็นบุพพวิเทหทวีป มีสีเป็นสีเงิน 63,000 โยชน์ ด้านทิศใต้เป็นชมพูทวีป ที่เราอาศัยอยู่ มีสีเป็นสีแก้วอินทนิล 63,000 โยชน์ ด้านทิศตะวันตกเป็นอมรโคยานทวีป มีสีเป็นสีแก้วผลึก 93,000 โยชน์ ด้านทิศเหนือเป็นอุตตรกุรุทวีป มีสีเป็นสีทอง 63,000 โยชน์ บนยอดเขาพระสุเมรุราชมีปราสาททองไพชยนต์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดาวดึงส์ กว้าง 10,000 โยชน์ (ที่กล่าวมาเป็นเฉพาะพื้นที่ภูเขาเท่านั้น)
งานพระเมรุ เผาศพเจ้านายกรุงศรีอยุธยา มีขึ้นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (ครองราชย์ พ.ศ. 2172-2199) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระเมรุมาศบริเวณที่ว่างทางใต้พระวิหารมงคลบพิตรแล้วมีพระราชพิธีบริเวณ สนามหน้าจักรวรรดิ
สำหรับ “ทุ่งพระเมรุ” ก่อนที่จะมาเป็น “สนามหลวง” ในทุกวันนี้ สนามหลวง มีมาตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ระหว่าง พระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับ พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพื้นที่โล่งเหมือน สนามหน้าจักรวรรดิของกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่สร้างพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง คนทั่วไปจึงเรียกว่า “ทุ่งพระสุเมรุ” ถ้าไม่มีงานจะปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า
สมัยรัชกาลที่ 3 ไทยมีปัญหากับญวน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้มีการทำนาที่ท้องสนามหลวงเพื่อให้ญวนเห็นว่าเมืองไทยอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะทำสงครามกับญวนอย่างเต็มที่ แม้แต่ข้างวังก็ยังมีการทำนา
จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรังเกียจที่ราษฎร เรียกสนามหลวงว่า “ทุ่งพระเมรุ” จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีประกาศเรียกว่า “สนามหลวง” ตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้ (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, 15 พ.ย.2551)
เป็นอย่างไรบ้างค่ะ นับว่าเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์ และน่าสนใจมากทีเดียว แต่ความรู้และความน่าสนใจไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเว็บไซท์ของเรา ได้นำสาระความรู้ทางวิชาการด้านต่างๆมาฝากกันด้วย เช่น กระดานเสวนาข่าววิชาการ เวทีเปิดความคิดแก่คนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างถูกต้อง หรือคอลัมน์แนะนำหนังสือใหม่ที่เผยแพร่ผลงานวิชาการใหม่ๆในปัจจุบัน หรือแม้แต่ทำเนียบนักวิจัย ใครเป็นใคร คุณภาพแค่ไหน ต้องติดตามกันใน www.TopScholar.org ของเรานะค่ะ และจะลืมเสียมิได้เลย หากผู้อ่านมีคำติชมเว็บไซต์ของเราสามารถส่งมาที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
ภาพถ่าย: http://www.focusingclub.net/photography-article/pramarumas/
พิธีพระราชทานเพลิงพระศพตามธรรมเนียมปัจจุบัน
พฤศจิกายน 8, 2008
ในช่วงระยะเวลาสำคัญที่สุด ของประวัติศาสตร์ไทยในขณะนี้ คือ เรื่องพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อส่งเสด็จพระองค์ไปยังสวรรคาลัย จะสังเกตได้ว่า ถ้าใครได้มีโอกาสผ่านไป บริเวณท้องสนามหลวง ก็คงได้ชื่นชมความสวยสดงดงามของพระเมรุ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเตรียมใช้ในราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นภาพที่สะกดตา สะกดใจ แก่ผู้ผ่านไปมาในบริเวณนั้นอย่างมาก เพราะนอกจากความวิจิตรงดงามแล้ว คงจะได้เห็นภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่กำลังตกแต่งและเก็บรายละเอียดของเนื้องานกันอย่างพิถีพิถัน ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงเพราะทุกคนต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
พิธีพระราชทานเพลิงพระศพตามธรรมเนียมของประเทศไทยนั้น เมื่อย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า บ้านเมืองถูกทำลายเสียหายยากเกินที่จะฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิมได้ ไม่เว้นแม้แต่พระราชประเพณีต่างๆ ด้วยเช่นกัน ภายหลังการกอบกู้เอกราชกลับคืนมาในสมัยกรุงธนบุรีพระราชประเพณีต่างๆ จึงได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ และพยายามอิงไว้ซึ่งราชประเพณีโบราณให้มากที่สุด
พิธีพระราชทานเพลิงพระศพตามธรรมเนียมปัจจุบัน เมื่อมีพระราชวงศ์สิ้นพระชนม์ ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะตั้งพระศพไว้ในพระราชวังที่ประทับ นอกจากสถานที่ไม่อำนวยความสะดวก ก็จะนำพระศพมาตั้ง ณ วังกลาง สำหรับพระบรมศพในชั้นพระเจ้าแผ่นดิน จะตั้งพระศพไว้ที่พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท แต่หากมีพระบรมราชโองการให้พระศพของพระบรมวงศ์ตั้งแต่ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือพระบรมญาติ ให้มาตั้งในพระที่นั่งดุสิตมหาประสาทก็ได้เช่นกัน ในกรณีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ตั้งพระโกศในพระราชวังดุสิตมหาประสาท โดยทางพระราชวังมีกำหนดการณ์การทำบุญไว้ทุกข์เป็นเวลา 100 วัน ในแต่ละวันจะมีการสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยามทุกๆ 3 ชั่วโมง ดังนี้
กำหนดการประจำวันตลอด 100 วัน หรือตามกำหนดไว้ทุกข์
เวลา 01.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
เวลา 07.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมรับพระราชทานฉันเช้า
เวลา 09.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
เวลา 11.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมฉันเพล
เวลา 12.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
เวลา 15.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
เวลา 18.00 น. ประโคมย่ำยาม
เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม
เวลา 21.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
เวลา 24.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม
หลังจากการบำเพ็ญกุศลพระศพตามกำหนดการณ์แล้ว จะเป็นพิธีการพระราชทานเพลิงพระศพ พระราชพิธีในส่วนนี้เรียกว่า “งานออกพระเมรุ” การสร้างพระเมรุจะสร้างขึ้น โดยอิงคติความเชื่อระบอบเทวนิยม ซึ่งรับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ว่า พระมหากษัตริย์และเหล่าประยูรติญาติทรงเป็นสมมติเทพ สถิตอยู่บนเขาพระสุเมรุ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ การตั้งพระศพบนพระเมรุ จึงเปรียบได้กับการส่งเสด็จวิญญาณกับสู่เขาพระเมรุดั่งเดิม
ในการเคลื่อนย้ายพระศพนั้น จะใช้ราชรถในการเคลื่อนย้าย ราชรถที่มีความสำคัญใช้ในพระราชพิธี คือ “พระมหาพิชัยราชรถ” เป็นราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง “เวชยันตราชรถ” เป็นราชรถสำหรับเชิญพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า
ในพระราชพิธีอัญเชิญพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “พระมหาพิชัยราชรถ” เป็นราชรถเชิญพระศพไปยังพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง ส่วนพระเมรุที่ใช้ในการประกอบพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น” ศิลปินแห่งชาติ และอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ
ส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่าง คือ เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพตามธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามพระราชอิสริยยศ
ฉัตร 9 ชั้น ใช้สำหรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉัตร 7 ชั้น ใช้สำหรับ สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี
ฉัตร 5 ชั้น ใช้สำหรับสมเด็จเจ้าฟ้า
สำหรับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงดำรงพระอิสริยยศอยู่ในชั้นเจ้าฟ้า ใช้ฉัตรประกอบพิธีพระศพเป็นฉัตร 5 ชั้น แต่ด้วยทรงมีอุปการคุณแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสร้างคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระบรมราชโองการพระราชทานฉัตร 7 ชั้น เพื่อให้เป็นการสมพระเกียรติงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จึงเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ สมกับคุณประโยชน์ที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำมาโดยตลอด (ที่มา : http://www.vcharkarn.com)
จากเรื่องราวที่ได้นำมาถ่ายทอดทั้งหมดนี้ สิ่งหนึ่งที่คนไทยทุกคนควรรับรู้ คือ การสำนึกรัก และกตัญญู ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะคงมีไม่มากนักที่จักได้เห็นพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาราษฎร์เหมือนประเทศนี้ ดังนั้น เราประชาชนคนไทยสมควรที่ต้องตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อย่างน้อยที่สุด คือ การปฏิบัติตนเป็นคนดี อยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมือง ไม่ก่อความวุ่นวาย เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เรื่องราวดีๆ ไม่ได้จบที่ editor talk เพียงคอลัมน์เดียว เพราะ เว็บไซท์ TopScholar.org ของเรา ได้นำองค์ความรู้ใหม่ๆมาแนะนำในคอลัมน์ ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด และอื่นๆ อีกมากมาย ลองเข้าไปชมดูนะค่ะ หากท่านผู้เข้าชมเว็บไซท์มีข้อแนะนำ หรือคำติชมใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเว็บไซท์ของเราก็ยินดีนะค่ะ สามารถอีเมล์ มาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปหาข้อมูลดีๆ มาฝากท่านผู้อ่านในสัปดาห์หน้าก่อน สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
ภาพถ่าย: http://www.focusingclub.net/photography-article/pramarumas/
เศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีตัวอย่าง…สู่…เลโซโท
พฤศจิกายน 1, 2008
“พอเพียง” เปิดการทักทายท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยคำๆ นี้ ก็อย่าแปลกใจเลยค่ะ เพราะคำๆ นี้ ดูแล้วช่างเหมาะเจาะสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านนี้เมืองนี้ซะจริง จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนทุกบ้านทุกครัวเรือน ก็ล้วนแล้วแต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การอยู่ กันชนิดที่เรียกว่า ปฏิวัติชีวิตไปตามกระแสกันทีเดียว
แหม!… แต่พอฟังกันแบบนี้ก็อย่าพึ่งหดหู่หัวใจไปเลยค่ะ เพราะชีวิตคนเรายังไงซะก็ต้องมีวันพรุ่งนี้ให้เดินต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งสำคัญคือ กำลังใจที่เข้มแข็ง หากเรามีกำลังใจที่เข้มแข็งแล้ว ทีนี้คุณก็จะพบการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในชีวิต อย่างเช่น โฆษณาชิ้นหนึ่งตามหน้าจอทีวี ที่มีพี่แอ๊ด คาราบาว เป็นพรีเซ็นเตอร์ จะสุขหรือทุกข์ ตัวเราเองที่สร้าง
พรรณามาก็มากเดี๋ยวท่านผู้อ่านจะสงสัยว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวที่จะเสนอในวันนี้ เกี่ยวข้องแน่นอนค่ะเพราะคำว่า “พอเพียง” ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงประเทศเลโซโท และได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าภูมิใจไม่น้อย กล่าวคือ
“หลังจากที่สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ได้เสด็จฯ เยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะ ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2549 พร้อมทั้งเสด็จฯ เยี่ยมชมโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนา ห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ด้วยความสนพระทัย และทรงนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงกลับไปช่วยเหลือชาวเลโซโท ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือของประเทศไทย ผ่านทางสำนักงานความร่วมมือเพื่อพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) กระทรวงต่างประเทศ
2 ปีผ่านไป ณ วันนี้คณะผู้เชี่ยวชาญจากไทยได้ให้ความช่วยเหลือสร้างศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่แก่เลโซโท บนที่ดิน 37.5 ไร่ ณ เมืองมาเซียง ที่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีฯ พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้ทำเป็นแปลงสาธิตได้ผลสำเร็จในระดับหนึ่ง สามารถให้เจ้าหน้าที่เกษตรของเลโซโทรุ่นแรก เข้าไปศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของไทยแล้ว เพื่อนำไปแก้ปัญหาความไม่พอเพียงให้กับประเทศได้
ในระยะแรกการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาใช้ในประเทศเลโซโท ได้สร้างความกังขาให้ชาวเกษตรกรอย่างมากว่า “ทฤษฎีดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้จริงหรือ?” แต่เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ได้พิสูจน์ว่า เศรษฐกิจพอเพียง ช่วยให้ชาวบ้านสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้ ซึ่งวัตถุดิบต่างๆ เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ไม่ต้องไปซื้อหาให้สิ้นเปลืองทุนทรัพย์ พยายามสร้างและหาจากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพราะสาเหตุของความยากจนของคนเลโซโทส่วนหนึ่งก็แบบเดียวกับคนไทย นั่นคือ ซื้อแทบทุกอย่าง ทั้งปุ๋ย ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช สุดท้ายก็เป็นหนี้
เดิมทีนั้นเกษตรกรชาวเลโซโทได้รับคำแนะนำจากรัฐบาลของเขาให้ใช้ปุ๋ยเคมี และต้องใช้งบประมาณของตนเอง อีกทั้งปลูกพืชก็เหมือนกัน ผลผลิตจึงล้นตลาด ถูกกดราคาซื้อ เป็นหนี้เป็นสินธนาคาร สุดท้ายก็โดนยึดที่ทำมาหากิน
แต่หลักเศรษฐกิจพอเพียงแนะนำให้พึ่งพาตนเอง โดยปลูกให้ตัวเองมีกินพอเพียงไว้ก่อน มีเหลือแล้วค่อยขาย ซึ่งเป็นวิธีที่สร้างรายได้ และมีเงินเก็บ ไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้หนี้ใคร
ถึงแม้ว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจะเข้ามามีส่วนพลิกชีวิตชาวเลโซโทได้จริง แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ แหล่งน้ำ เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรชาวเลโซโทพึ่งพาเพียงน้ำฝนอย่างเดียว ไม่มีระบบชลประทานเพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป จากจุดนี้แนวทางที่สามารถจะแก้ไขได้คือ เกษตรกรต้องรวมกลุ่มกัน จัดทำระบบผันน้ำจากภูเขา จากหิมะที่ละลายลงมายังแปลงเกษตรนั่นเอง”
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะอ่านจบแล้ว ก็อดที่ย้อนกลับมาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของกษัตริย์ไทยพระองค์ผู้ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล และมีประโยชน์แก่ทุกหมู่ชนไม่เฉพาะแต่คนไทยเท่านั้นที่ได้พระบารมีปกเกล้า แต่ทรงเผื่อแผ่ไปสู่เพื่อนบ้านอีกด้วย ในวิกฤติบ้านเมืองเฉดเช่นทุกวันนี้ ก็ยังถือว่าโชคดีที่มีพื้นที่สำหรับเรื่องดีๆ ไว้ให้ภูมิใจ และเราขอสัญญาว่าจะนำสาระดีๆ ที่เป็นความรู้แก่ท่านผู้อ่านมาฝากกันไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ อีกสิ่งที่ลืมเสียมิได้เลย ก็คือ ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2551 ที่เอื้อเฟื้อบทความดีๆ แบบนี้มาให้เราได้ศึกษากัน
และท้ายที่สุดเมื่อท่านผู้อ่านๆ บทความนี้เรียบร้อยแล้วก็อย่าพึ่งหนีจากเราไปไหน ขอเชิญเยี่ยมชมเว็บไซท์ของเราก่อน เพราะหัวข้อในเว็บไซท์ของเรามีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้ง “กระดานเสวานาวิชาการ” ที่พร้อมจะให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีส่วนร่วมในการตั้งกระทู้ถาม-ตอบ หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน หรือ TopScholar Poll หัวข้อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นเรื่องน่าสนใจในขณะนี้ หรือการสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ และอื่นๆ อีกมากมาย หากท่านผู้อ่านมีคำถามสงสัย หรือต้องการติชมเว็บไซท์ของเรา ก็สามารถส่ง อีเมล์มาได้ที่ editor@topscholar.org
TopScholar’s Web Editor
ข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร
ตุลาคม 22, 2008
กลับมาพบกันอีกครั้งนะค่ะสำหรับสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2551 กับ www.TopScholar.org เว็บไซท์ที่จะเปิดโลกแห่งข่าวสารและความรู้ทางวิชาการ ช่วงเวลานี้เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว จะเห็นได้ว่าถึงจะมีฝนตกลงมาปะปลาย ที่เขาเรียกว่า ฝนสั่งฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของลมหนาวที่ผัดผ่านเข้ามาในยามรุ่งอรุณ แต่อากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ แน่นอนล่ะค่ะว่ามีหลายคนทีเดียวปรับตัวไม่ทัน ไข้หวัดก็เข้ามาทักทายได้เช่นกัน อย่างไรก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะ ด้วยความปราถนาดีจาก TopScholar ค่ะ การได้สื่อสารกันระหว่างเรานับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีนะค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ได้รับรู้ความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเมืองแล้ว ยังมีส่วนทำให้เรารู้จักกันมากขึ้นด้วยจากกิจกรรมบนหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่น กระดานเสวนาวิชาการ การแนะนำผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ๆ การตั้งคำถาม-ตอบกระทู้ด้านต่างๆทางสังคม และอีกมากมาย หลายรสหลากอารมณ์ แต่ไม่ปนเปื้อนสารเสพติดอย่างแน่นอนค่ะ (หัวเราะ)
สำหรับข่าวเด่นประเด็นร้อนที่จะมาเสริฟ์ให้ท่านผู้อ่านที่โปรดปรานการบริโภคข่าวสารเป็นอาจิณได้อ่านกัน ก็คงหนีไม่พ้นเหตุบ้านการเมืองของเรา เพราะนอกจากจะต้องเผชิญศึกภายในจากผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย ที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด อย่างไร หรือต้องรอให้พบกับความสูญเสียที่เกินจะเยียวยา และต้องเสียน้ำตากับความเจ็บปวดที่คนไทยได้รับกันเอง มาถึงตรงนี้ก็หน้าเศร้า ที่ไทยไม่รักไทยแล้วจะให้ใครมารักเรา แต่ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องเก่าไม่ทันหายเรื่องใหม่ก็มาจ่อคิวรอให้ปวดหัวกันอีกละลอก กับกรณีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งปัญหานี้ได้คลี่คลายลงไประดับหนึ่งแล้ว เมื่อใช้เวทีเจรจาระหว่าง 2 ประเทศที่ดำเนินการมา โดยมีการเสนอให้เป็นมรดกโลก จึงทำให้ครั้งนั้นลดความตึงเครียดที่เคยเกิดขึ้น แต่ล่าสุดเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ภูมะเขือ ชายแดนจังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งทหารไทยได้ถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำดินแดน แต่ฝ่ายทหารไทยชี้แจงว่าเป็นเพียงการไปเก็บทุ่นระเบิด ปัญหาเขตแดนทับซ้อนที่เกิดขึ้นหลายแห่งรวมถึงปราสาทอีกหลายสถานที่ หลายจุดยังเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องหาทางออกร่วมกัน แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ การยึดแผนที่คนละฉบับ ต่างก็อ้างว่าเป็นของตนเอง ซึ่ง ฝ่ายกัมพูชาเองก็พยายามอ้างสิทธิ อ้างแผนที่ อ้างถึงความเป็นเจ้าของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามศิลปะและวัฒนธรรมของเขา ส่วนไทยเองก็มั่นใจว่าทั้งปราสาทหลายแห่ง พื้นที่ซับซ้อนหลายจุดเป็นของไทยเพราะดูแลรักษามายาวนาน จึงสามารถอ้างสิทธิได้ การที่นำปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงส่วนเดียวจึงเกิดปัญหา แต่ถ้านำพื้นที่ที่เป็นเขตทับซ้อนทั้งชุดมาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สามารถใช่ร่วมกันได้ น่าจะเป็นอีกทางออกที่สามารถแก้ปัญหาได้
ถ้าตัดคำว่าเชื้อสาย ใครเป็นใคร แล้วให้คำนึงถึงชีวิต และเพื่อนมนุษย์ ถึงจะต่างชาติ ต่างภาษา แต่ถ้าเปิดใจมองกัน ร่วมมือกันแก้ไข หาหนทางออกอย่างสันติวิธี นอกจากจะไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแล้ว สามารถที่จะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ตราบชั่วลูก ชั่วหลาน จริงไหมค่ะ? เพราะประเทศไม่ได้จบแค่เรา แต่หากต้องดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป ถ้าจะทำอะไรก็น่าจะคิดให้ไกลไม่ใช่แค่ใกล้ตัว ขอฝากไว้ด้วยนะค่ะ และหากใครมีข้อสงสัย หรือต้องการแนะนำอะไรกับเว็บไซต์ของเรา ก็ยินดีน้อมรับ โดยส่งอีเมล์มาคุยกันได้ที่ editor@topscholar.org สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
วิกฤตการณ์การเงินของสหรัฐอเมริกา
กันยายน 29, 2008
สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาชมเว็บไซท์แห่งสังคมวิชาการ www.TopScholar.org สัปดาห์นี้อากาศเดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝน ค่อนข้างสับสนอึมครึม ไปไหนมาไหนก็อย่าลืมพกร่มด้วยนะครับ กันไว้เผื่อฝนจะตก หรือถ้าใครโดนฝนก็อย่าลืมรับประทานยากันไข้หวัดไว้นะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย ส่วนผู้ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมก็ขอให้ระมัดระวังตัวเรื่องอาหารการกิน และโรคระบาดต่างๆ ที่จะตามมากับอุทกภัยนี้ด้วยนะ
มาเริ่มต้นกันที่เรื่องราวภาวะเศรษฐกิจกันก่อน หลังจากที่ธนาคารบาร์เคลย์ ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษที่เคยเป็นตัวเก็งในการเข้าซื้อกิจการของบริษัทเลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิ้ง อิงค์ วาณิชธนกิจรายใหญ่ในอันดับที่ 4 ของสหรัฐฯ ได้ทำการถอนตัวไปนั้นทำให้ตลาดเงินของสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะล่มสลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังผลกระทบจากวิกฤติสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพ (ซับไพร์ม) ยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ แม้จะดำเนินมาแล้วถึง 13 เดือน แต่ยังคงถาโถมเข้าถล่มระบบสถาบันการเงินของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง แม้ธนาคารกลาง (เฟด) และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเพียงใด ก็ยังไม่สามารถหยุดผลกระทบนี้ได้ และการล้มละลายของเลห์แมนครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากวาณิชธนกิจที่มีอายุถึง 158 ปี สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า วาณิชธนกิจที่มีระบบบริหารธุรกรรมทางการเงินเก่าแก่ไม่สามารถอยู่รอดได้ภายใต้ภาวะสินเชื่อที่หดตัวทั่วโลก หรือนวัตกรรมการเงินที่ซับซ้อน และทำลายตัวเองได้ แม้เลห์แมนจะข้ามพ้นวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ หรือผ่านภาวะล้มละลายของวิกฤติเศรษฐกิจของเอเชียเมื่อ 10 ปีก่อนมาได้ก็ตาม การส่งผลกระทบทางการเงินครั้งนี้จะสร้างความสั่นไหวแก่เศรษฐกิจโลกอย่างไร เราก็ต้องตามติดกันต่อไป เพราะว่าล่าสุดทางรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เตรียมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแล้ว
ส่วนเรื่องเหตุบ้านการเมืองของเรา เมื่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนมือจากนายกฯ สมัคร ไปเป็นนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง และการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะจบสิ้นเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศในครานี้ ประชาชนทั้งปวงก็หวังว่าจะนำความสงบสุข และพัฒนา ฟื้นฟูความก้าวหน้าให้แก่ประเทศเสียที ซึ่งล่าสุดก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีดังนี้
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น รองนายกรัฐมนตรี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รองนายกรัฐมนตรี นายโอฬาร ไชยประวัติ เป็น รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็น รองนายกรฐมนตรี นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุพล ฟองงาม เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัดสิ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระชัย แสนแก้ว เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายมั่น พัธโนทัย เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายศรีเมือง เจริญศิริ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
สุดท้ายใครมีความคิดเห็นต่อเรื่องราว เหตุการณ์บ้านเมือง ข่าวสารที่น่าสนใจ หรือจะเป็นความรู้ทางวิชาการในด้านต่างๆ หรือหากท่านใดที่มีความสงสัย หรือต้องการความรู้ ก็นำมาแลกเปลี่ยน พูดคุย โต้ตอบ เผยแพร่ใน “กระดานเสวนาวิชาการ” อย่างอิสระ เสรีได้เลยครับ และหากท่านใดต้องการให้คำแนะนำ ติชมใดๆ ทางเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งท่านใดที่มีความสนใจในผลงานทางวิชาการที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซท์ หรือต้องการเผยแพร่ผลงานก็ติดต่อมาได้ที่ editor@topscholar.org
TopScholar’s Web Editor
ลมฟ้าอากาศแปรปรวน
กันยายน 16, 2008
สวัสดีครับผู้ที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมเว็บไซท์ TopScholar.org ทุกท่าน สำหรับช่วงสัปดาห์นี้ก็น่าจะเข้าบรรยากาศของฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว เพราะว่าในหลายๆ จังหวัดเริ่มจมบาดาลแล้ว เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก แม้เดือนที่ผ่านมาฝนจะตกบ้างไม่ตกบ้าง แต่อย่างไรก็ดีอากาศในบ้านเราก็ยังคงร้อนชื้นไม่เปลี่ยนแปลง บางวันแดดแรง อบอ้าว บางวันฝนกระหน่ำ จนน้ำท่วม หรือบางวันก็ทั้งร้อน ทั้งฝนเหมือนๆ กับเหตุการณ์บ้านเมืองของเราที่สับสน และไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน
ก่อนอื่นก็ขอพูดกันถึงเรื่องสบายๆ กับ มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2008 กันเสียก่อนนะครับ พาราลิมปิกเกมส์ก็เป็นมหกรรมกีฬาคล้ายๆ กับโอลิมปิกเกมส์ที่มีหลายชนิด ประเภทกีฬา แต่จะต่างตรงที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันนั้นจะเป็นผู้พิการนั่นเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของกลุ่มคนเหล่านี้ โดยที่มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์จะมีการแข่งขันต่อจากมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ทันที และก็ต้องขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาผู้พิการชาวไทยทุกท่านที่สร้างชื่อเสียง และความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทยด้วย
มาที่สถานการณ์บ้านเมืองกันบ้าง ในขณะที่ราคาค่าน้ำมันเริ่มลดลงให้เราได้ชื้นใจกันบ้าง เช่นเดียวกันกับข่าวของการนำพลังงานจากน้ำมาใช้แทนน้ำมันของรถยนต์ แต่ความร้อนระอุของการเมืองก็ยังคงวุ่นวายอยู่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีสมัครว่าไม่เหมาะสมแล้วให้พ้นจากตำแหน่งนั้น ล่าสุดจากกำหนดเดิมวันที่ 12 ก.ย. สำหรับการเจรจาต่อรองทางการเมือง หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ อันเป็นผลสืบเนื่องจากความแตกแยกภายในพรรคพลังประชาชนที่กลุ่ม ส.ส.ในสังกัดนายเนวิน ชิดชอบ พยายามผลักดันนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯอีกสมัย ขณะที่ ส.ส.กลุ่มอื่นรวมพลังคัดค้านอย่างหนัก และสอดรับกับท่าทีของ 5 พรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯนัดโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่เอานายสมัคร เพราะเกรงจะทำให้สถานการณ์วิกฤติถึงจุดแตกหัก ทำให้สภาผู้แทนราษฎรของไทยต้องเลื่อนการประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ออกไปเป็นวันพุธที่ 17 ก.ย.
สถานการณ์อย่างนี้ก็น่าเป็นห่วงนะครับ คนที่ถูกประชาชน “เลือก” ให้เข้าไปบริหารประเทศ ร่วมมือกันดูแล พัฒนาประเทศแต่กลับมาขัดแย้ง และเล่นเกมทางการเมือง ยื้อกันไปมา ไม่จบไม่สิ้นเสียที ทั้งๆ ที่ประชาชนทั้งหลายได้แต่หวังว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองจะจบลงโดยเร็ว เพราะเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้สำนักข่าวต่างชาติก็เผยแพร่ความวุ่นวายนี้ไปทั่วโลกให้น่าอับอายอยู่แล้ว มันแสดงให้เห็นว่า “ชาติใกล้ล่มจม” ตามพระราชดำรัสของในหลวงที่ตรัสไว้ และ “คนไทย” ก็เจ็บช้ำทั่วกัน
สุดท้ายนะครับ หลังจากที่ทีมงานของเราได้ไปงานคอนเสิร์ตการกุศล “Kids Praise Musical: Funtastic Family” โดยความร่วมมือของเด็กๆ จาก AITCF (Asian Institute of Technology Christian Fellowship) กับมูลนิธิชัยพฤกษ์ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ AIT Conference Center Auditorium คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เราก็กำลังจะรวบรวมภาพบรรยากาศ และคลิปวีดีโอ สัมภาษณ์สั้นๆ ของ “ป้าหมอ” ดร.เกลียวพันธุ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิชัยพฤกษ์ มาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้รับชมกัน รวมทั้งเด็กๆ นักแสดง ผู้กำกับการแสดง และ Mr. Alan Gonzales ผู้บริหารของสถาบัน AITCF อีกด้วย
ซึ่งนอกจากนี้ “ป้าหมอ” ท่านก็ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้สนใจจะร่วมสนับสนุนมูลนิธิด้วยว่า “การที่ป้าหมอกับสามีดูแลเด็กในมูลนิธิจำนวน 47 คน ก็คงมีกำลัง หรือศักยภาพไม่เพียงพอเท่าใดนัก ทั้งในระยะสั้น หรือระยะยาว หากใครมีความรักในเด็กเหล่านี้ และมองเห็นถึงความสำคัญในอนาคตของเด็กๆ ก็ขอความร่วมมือด้วยนะคะ เราจะยินดีมากๆ” ทางเรา TopScholar.org ก็ขอร่วมเป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่จะช่วยแพร่กระจายบุญ กุศลต่างๆ นี้ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุน หรือบริจาค แบ่งปันความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้แก่เด็กด้อยโอกาสด้วยเถิด
แล้วก็เช่นเดิม หากท่านใดต้องการให้คำแนะนำ ติชมใดๆ ทางเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งท่านใดที่มีความสนใจในผลงานทางวิชาการที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซท์ หรือต้องการเผยแพร่ผลงานก็ติดต่อมาได้ที่ editor@topscholar.org
TopScholar’s Web Editor
ความขัดแย้งทางการเมือง
กันยายน 1, 2008
สวัสดีครับเพื่อนๆ Editor Talk วันนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯ คงไม่ได้ ตอนนี้สังคมเราแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งอ้างความชอบธรรม ตามกฎเกณฑ์และกติกา ความขัดแย้งนี้ดูว่าจะจบลงด้วยความยากลำบาก มีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หากเกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงปะทะกันเมื่อไร ฝ่ายพันธมิตรฯ ดูจะได้เปรียบและอาจกลายเป็นผู้ได้รับชัยชนะในที่สุด สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีแน่ ขอให้เพื่อนใช้วิจารณญานในการรับข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายต่างๆ ให้ดีนะครับ
จากเรื่องเครียดๆ เราเปลี่ยนบรรยากาศมาพูดเรื่องเบาๆ กันดีกว่าครับ วันนี้ภาพยนตร์เรื่อง บุญชู เข้าโรงฉายแล้วนะครับ บุญชู เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีภาคต่อยาวมากที่สุดเรื่องหนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้นะครับ ถ้าจะนับแล้วบุญชูภาคนี้เป็นภาคที่ 9 แล้ว และก็เป็นภาคแรกที่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำใหม่เกือบทั้งหมดด้วย เรื่องราวของบุญชูจะเป็นอย่างไร ใครอยากรู้ อย่าลืมไปดูกันนะครับ
นอกจากนี้ TopScholar ยังได้เพิ่มเติมส่วนใหม่ ตั้งชื่อว่า “ชวนคิด…ชวนอ่าน” เป็นส่วนที่ TopScholar ตั้งใจจะหาบทความที่น่าสนใจมาลงให้แฟนๆ TopScholar ได้อ่านกัน โดยบทความใน “ชวนคิด…ชวนอ่าน” จะเป็นบทความในแวดวงต่างๆ กันไปแต่ละสัปดาห์ ที่สำคัญ เรายินดีเปิดรับบทความของนักเขียน นักวิจัย หน้าใหม่ลงในส่วนนี้ด้วยนะครับ
สำหรับบทความในวันนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “ปฏิบัติการยึดคลื่นดาวเทียม” ระหว่างสถานีโทรทัศน์ NBT และ ASTV ในวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่นมา บทความนี้ ผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดมาจากนักข่าวแวดวงสื่อสารมวลชนเล่าให้ฟังถึงสงครามแย่งชิงพื้นที่ดาวเทียมดังกล่าว น่าสนใจมากลองติดตามอ่านกันดูนะครับ
สำหรับผู้ที่สนใจจะลงบทความใน “ชวนคิด…ชวนอ่าน” ลองส่งบทความของคุณมาที่ editor@topscholar.org ได้นะครับ เรายินดีให้โอกาสนักเขียนหน้าใหม่อย่างคุณ
TopScholar’s Web Editor
คอนเสิร์ตการกุศล AITCF
สิงหาคม 16, 2008
สวัสดีครับทุกๆ ท่าน Editor Talk จะปรับเวลามาคุย มาแนะนำตัวกันจากเดือนละครั้ง มาเป็นอาทิตย์ละครั้งนะครับ ทั้งนี้เพื่อให้เราได้สนิท และใกล้ชิดกันมากขึ้น
สำหรับสัปดาห์นี้ เรามีกิจกรรมสำคัญที่จะสร้างกุศลมาแนะนำทุกท่านกันกับงานคอนเสิร์ตการกุศล “Kids Praise Musical: Funtastic Family” โดยความร่วมมือของเด็กๆ จาก AITCF (Asian Institute of Technology Christian Fellowship) กับมูลนิธิชัยพฤกษ์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ณ AIT Conference Center Auditorium คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
กับงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ คุณสามารถสนับสนุนบรรดาเด็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า ให้ได้มีโอกาสในการศึกษามากขึ้น เนื่องจากรายได้จากการเข้าชมจะมอบให้แก่มูลนิธิ งานการกุศลที่คุณสามารถร่วมมือ รวมน้ำใจกันแบ่งปันให้เด็กๆ มาถึงแล้วก็ควรหยิบฉวยเอาไว้ เพราะโอกาสดีๆ ที่จะช่วยพัฒนาเด็กด้อยโอกาสนั้นหายาก มาร่วมกันแบ่งปันรอยยิ้ม และความสุขกันในงานนี้เถอะนะครับ
ผมได้ข่าวมาว่าเด็กๆ ใช้เวลาซุ่มซ้อมกันเป็นปีสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น TopScholar.org และ MisterKopy® ก็ร่วมกันสนับสนุนงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ภายใต้โครงการ “คนไทยไม่หยุดเรียนรู้” อีกด้วย
มาเรื่องต่อไปกันเลย…
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเว็บไซท์ TopScholar.org ในรูปโฉมใหม่ที่เพิ่มสีสัน และรูปภาพที่สวยงาม รวมทั้ง Content ใหม่อย่าง “กระดานเสวนาภาษาวิชาการ” ที่เป็นเวทีให้สมาชิกทุกท่านได้ตั้งคำถาม และแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องในแวดวงวิชาการ ข่าวสาร หรือความรู้ทั่วไปต่างๆ ได้อย่างอิสระ
“Academic Interview” หรือคอลัมน์ “สนทนาประสาวิชาการ” ก็จะเป็นบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการผู้มีชื่อเสียง รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิชาการที่มีผลงานปรากฎอยู่ในเว็บไซท์ TopScholar.org มาพูดคุยสนทนาเกี่ยวกับความรู้ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งเดือนนี้เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม อาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาให้แง่คิด และมุมมองที่อาจารย์มีต่อทิศทางการปกครองท้องถิ่นของไทย ในการสนทนาหัวข้อ “ทิศทางการปกครองท้องถิ่นไทย จากมุมมองของ ดร.โกวิทย์” จะมีความน่าสนใจอย่างไรก็แวะเข้าไปชมกันได้
นอกจากนี้เราได้ดำเนินการขายหนังสือผ่านเว็บไซท์ในระบบ Online กับให้กับหนังสือวิชาการในบางส่วนแล้วที่ “TopScholar Online Bookstore” ตอนนี้เรากำลังรอการตอบรับเพิ่มเติมจากเจ้าของผลงานหลายๆ ท่านอยู่
แล้วก็เช่นเดิม
หากท่านใดต้องการให้คำแนะนำ ติชมใดๆ ทางเราก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งท่านใดที่มีความสนใจในผลงานทางวิชาการที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซท์ ต้องการเผยแพร่ผลงาน หรือต้องการนำผลงานของท่านมาวางแผงกับ Online Bookstore ของเรา ก็ติดต่อมาได้ที่ editor@topscholar.org ตามข้อมูลดังนี้
1. ชื่อ-นามสกุล ของผู้ติดต่อซื้อ / เผยแพร่หนังสือ
2. ตำแหน่ง
3. คณะ
4. บริษัท หรือสถาบัน
5. ชื่อหนังสือ และชื่อเจ้าของผลงาน
6. วันที่ติดต่อ
7. โทรศัพท์ และอีเมล์ผู้ติดต่อ
แล้วทางเราจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ
TopScholar’s Web Editor
มะลิ…วันแม่…สิงหาคม
สิงหาคม 2, 2008
สวัสดีครับผู้หลงรักวิชาการ ในเดือนสิงหาคมนี้เป็นอีกเดือนที่มีความสำคัญต่อเหล่าประชาชนคนไทย เนื่องจากมีวันสำคัญคือ “วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” หรือ “วันแม่แห่งชาติ” นั่นเอง ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติกันดีกว่า
งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา
เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน
ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ ดอกมะลิ ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย (ที่มา: http://th.wikipedia.org) และก็เเน่นอนว่า วันแม่ก็เป็นอีกโอกาสอันดีที่ลูกๆ จะได้แสดงความรักที่มีต่อแม่ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เพียงวันนี้วันเดียว แต่เป็นทุกๆ วัน และทุกๆ คน โดยให้คิดเสียว่าเราปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนกับที่เราปฏิบัติต่อแม่…ผู้มีพระคุณต่อเรา
วกกลับมาที่เรื่องราวเหตุการณ์บ้านเมืองกันบ้าง
เรื่องแรกก็ต้องเรื่องของการพิพากษาคดี “หุ้น” ของอดีตภริยานายกรัฐมนตรี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปีพร้อมกับพี่บุญธรรม นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ในคดีเลี่ยงภาษีโอนหุ้น และแจ้งความเท็จต่อ
กรมสรรพากร ก่อนที่จะใช้เงินประกันตัวไป…
ส่วนกระแสร้อนๆ ของประเด็นเขาพระวิหาร ยังคงคุอยู่เรื่อย ยิ่งเห็นคนไทยด้วยกันเองทำร้ายกันแล้ว ยิ่งตอกย้ำให้เห็นความย่ำแย่ของสถานการณ์ไปอีก คงต้องอาศัยภาครัฐ และ ครม.สมัครชุดใหม่ มาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม สยามก็ยังไม่สิ้นคนดีเมื่อ ร.ศ.นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2551 ซึ่งถือกันว่าเป็นโนเบลแห่งเอเชีย โดยจะเดินทางเข้ารับรางวัลในวันที่ 31 สิงหาคม 2551 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ทาง TopScholar.org ก็ขอยินดี และชื่นชมกับท่านด้วยนะครับ
สุดท้ายขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ และเตรียมตัวรับมือกับช่วงมรสุมด้วย รักแม่ให้มากๆ นะครับ หากท่านผู้ใดสนใจ หรือมีปัญหาใดๆ ก็ติดต่อ หรือแนะนำกันเข้ามาได้นะครับ ที่ editor@topscholar.org
TopScholar’s Web Editor
ขอให้ฝนมาสร้างความชุ่มฉ่ำใจ
กรกฎาคม 2, 2008
สวัสดีครับผู้หลงรักวิชาการ สำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ ทางเว็บไซท์ TopScholar.org มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับทุกท่านมานำเสนอ…
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับผู้เข้าชมทั้งหลายมาระยะหนึ่งพอสมควรแล้ว มีเสียงตอบรับ คำแนะนำ-ติชม มากมายซึ่งเป็นประโยชน์ในการที่เราจะเป็นศูนย์กลางในการสร้างสังคมของนักวิชาการ หรือผู้ที่สนใจในวิชาการทุกท่านให้ได้มีการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลงานทางวิชาการที่ได้ลงในเว็บไซท์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาในวงกว้างต่อผลงานทั้งหลายที่ได้มีการเผยแพร่ ส่งผลให้มีการติดต่อ หรือสนใจในผลงานทางวิชาการเหล่านั้น และต้องการเป็นเจ้าของ เราจึงกำลังดำเนินการ
เพื่อตอบสนองความต้องการในจุดนี้ โดยการเป็นตัวแทนในการซื้อขายหนังสือที่ตีพิมพ์กับบริษัท MisterKopy ผ่านเว็บไซท์ ในลักษณะการซื้อขายหนังสือออนไลน์ ซึ่งเราก็เร่งดำเนินการในจุดนี้อยู่
กลับมาว่ากันต่อในเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมือง
ประเด็นแรกคงหนีไม่พ้นความขัดแย้งของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ในกรณีของเขาพระวิหาร ซึ่งสร้างความขัดแย้งแก่ชุมชนละแวกนั้นอย่างหนัก จนเกิดเหตุความวุ่นวายย่อยๆ…อย่างไรเสียคนไทยก็ยังต้องสมานสามัคคีกัน และช่วยกันรักษาสิทธิเอาไว้ให้ได้อย่างสันติวิธี
…กระแสร้อนๆ ของประเด็นเขาพระวิหาร บดบังรัศมีของการประกาศศักดาความเป็นเจ้าลูกหนังในถิ่นยุโรปของทีมชาติสเปน ในยูโร 2008 เสียซะหมด หลังจากรอคอยตำแหน่งแชมป์มานานกว่า 44 ปี ทาง Editor ก็ขอแสดงความยินดีกับสาวกแดนกระทิงดุที่เฝ้าอดตาหลับเชียร์ฟุตบอลเกมรุกที่สวยงาม สมกับเป็นแชมป์ยุโรปด้วยแล้วกัน
ส่วนเรื่องการเมือง เราก็คงได้ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีชุดสมัคร 1 ว่าสามารถเอาตัวรอดไปได้ จากเสียงข้างมากของพรรคร่วมรัฐบาล ผ่านจุดนี้ได้ เราก็ต้องการเห็นชาติพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เอาตัวรอดผ่านไปวันๆ อย่างน่าหวาดเสียว
สุดท้ายขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพของตนเองด้วย เพราะฟ้าฝนเริ่มจะเข้าฤดูแห่งการเปียกปอนอีกครา editor ก็ขอให้ฝนมาสร้างความชุ่มฉ่ำใจ และล้างความวุ่นวายออกไปละกัน หากท่านผู้ใดสนใจ หรือมีปัญหาใดๆ ก็ติดต่อ หรือแนะนำกันเข้ามาได้นะครับ ที่ editor@topscholar.org
TopScholar’s Web Editor












