โครงการไทยเข้มแข็ง

กันยายน 9, 2009

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านกลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบในแวดวงวิชาการหรือไม่ก็ตาม เรามีสาระเป็นที่น่าสนใจมาฝากกันอย่างสม่ำเสมอ ช่วงนี้คงไม่มีข่าวไหนน่าสนใจเท่ากับการพัฒนาให้ประเทศไทยของเรานั้นมีความแข็งแรง และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทำให้รัฐบาลที่เล็งเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ได้มีการเปิดตัว “แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน “แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง” โดยวัตถุประสงค์ของการเปิดตัวนี้เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการและเร่งรัดหน่วยงานเจ้าของโครงการ รวมถึงมีการเปิดตัวเว็บไซท์ www.tkk2555.com เพื่อเปิดช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลอีกทางหนึ่ง สำหรับโครงการนี้เป็นการจัดสรรงบประมาณล็อตแรกวงเงิน 2 แสนล้านบาทนี้ เน้นกระจายไปทุกส่วนของประเทศไทย โดยเมื่อแยกให้ไปตามกระทรวงต่างๆ มีกระทรวงที่ได้รับเงินลงทุนสูงสุดถึง 4 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีโครงการหลักๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการลงทุนระดับชุมชนถึง 24 โครงการ เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน
- กระทรวงคมนาคม เน้นที่โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว และการลงทุนระดับชุมชน
- กระทรวงสาธารณสุข เน้นที่โครงการพัฒนาและปรับปรุงโรงพยาบาลระดับจังหวัด เพิ่มครุภัณฑ์ทางด้านการแพทย์ และทำการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารตามโรงพยาบาลต่างๆ

แต่ที่ผู้เขียนว่าน่าสนใจและน่าจับตามองที่สุด คือ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่ากระทรวงนี้เป็นพื้นฐานการพัฒนารากหญ้าหรือพื้นฐานการพัฒนาเยาวชนที่มีส่วนสำคัญในการศึกษาหาความรู้เพื่อมาทำให้ประเทศชาติมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไป

โดยทาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้เน้นในเรื่องของระดับคุณภาพทางการศึกษาและมุ่งเน้นในเรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน โดยได้มีโครงการหลักๆ ดังนี้

1. โครงการติวฟรีอย่างมีคุณภาพ หรือ “Tutor Channel เพื่ออนาคตชาติ เพื่อโอกาสทุกคน” ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ ผ่านทางช่อง 11 ในเวลา 10.00-12.00 น. ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กๆจะอยู่ประเทศไทย ณ จังหวัดใด ก็สามารถรับข่าวสารโครงการนี้ได้

2. โครงการเรียนดี 3 ระดับ เป็นการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ แบ่งเป็น โรงเรียนดีระดับชาติ โรงเรียนดีระดับอำเภอ โรงเรียนดีระดับตำบล โดยทำการมุ่งเน้นด้านวิชาการเป็นหลัก

3. โครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน คือ การถ่ายทอดการสอนทางไกลให้กับโรงเรียนเหล่านี้ โดยมีโรงเรียนไกลกังวลเป็นแม่ข่าย

4. โครงการยกระดับคุณภาพของโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร โรงเรียนเด็กด้อยโอกาส โดยเน้นมีการจัดเรือนนอนให้กับโรงเรียนของเด็กที่อยู่ห่างไกลบนพื้นที่สูง ต้องมีเรือนนอนให้ รวมถึงการจัดอุปกรณ์สื่อการเรียนสำหรับผู้พิการทั่วประเทศอีกด้วย

5. โครงการห้องสมุด 3 ดี เป็นโครงการที่มุ่งเน้นในด้านการเพิ่มเติมค้นคว้าหาความรู้ มีหนังสือในสภาพดี บรรยากาศในการอ่านหนังสือ และการมีบรรณารักษ์ที่ดี โดยจะมีการสัญจรไปตามห้องสมุดตามจังหวัดต่างๆด้วย

6. โครงการคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันอัตราส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนไทย โดยเฉลี่ยคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 40 คน ซึ่งจะปรับสัดส่วนเป็น คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 10 คน และถือเป็นการปฏิรูประบบการศึกษาโดยใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศครั้งใหญ่ของประเทศไทย

7. โครงการ UniNet หรือโครงการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยการใช้ใยแก้วนำแสงเดินไปยังจุดสำคัญต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งนับว่าปัจจุบันอินเตอร์เน็ตมีส่วนสำคัญสำหรับการหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง

8. โครงการอบรมพัฒนายกระดับคุณภาพและศักยภาพของครู นับว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะถ้ารากฐานในการถ่ายทอดมีความรู้ ผู้ที่รับจะสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น โดยมีการแบ่งไว้ 2 ส่วน คือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนประจำวิชา ทุกรายวิชา

9. โครงการศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education Hub) ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะดึงนักเรียน นักศึกษาต่างชาติมาเรียนในประเทศไทย อย่างน้อย 1 แสนคน

10. โครงการมหาวิทยาลัยวิจัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2552 ได้มีการประกาศมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 มหาวิทยาลัย เป็นการยกระดับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีศักยภาพด้านการวิจัย ซึ่งได้มีการจัดงบประมาณส่งเสริมการวิจัยให้ 3 ปี 9,000 ล้านบาท ให้กับ 9 มหาวิทยาลัย เพื่อให้ไปทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตร สังคม และภาคบริการ ขณะเดียวกันก็ได้จัดงบประมาณเตรียมไว้อีก 3,000 ล้าน สำหรับ 96 มหาวิทยาลัยที่เหลือ เพื่อส่งเสริมการวิจัยที่มุ่งเน้นประโยชน์ที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น พัฒนา SME พัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง

11. การยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย จะมีการจัดเตรียมครุภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อเดินหน้าสู่คุณภาพการเรียนการสอน เพื่อป้อนนักศึกษาที่มีคุณภาพสู่ตลาดเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายโครงการที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยถ้าเราสังเกตกันจะเห็นว่าในแต่ละโครงการเป็นสิ่งที่ดีที่จะมุ่งเน้น ให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจฟื้นตัว บุคลาการมีคุณภาพ คนตกงานน้อยลง ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทั้งผู้อ่านและทางเราหวังว่าโครงการต่างๆที่ได้เสนอมาจะบรรลุไปในทางที่ดีขึ้น ดีขึ้นยิ่งไป

สุดท้ายนี้ก่อนจากกันผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซด์ www.TopScholar.org ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ หรือแม้แต่คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการ ซึ่งตอนนี้นำเสนอเรื่องพิบัติภัยธรรมชาติ (สึนามิ) จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ และที่เป็นไฮไลต์ของเว็บไซด์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ หรือมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซด์นะค่ะ และที่จะลืมไม่ได้เลยหากผู้อ่านท่านใดมีคำติชมและแนะนำเว็บไซด์ของเรา สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ

TopScholar’s Web Editor

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Live
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Comments

แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น