อาหารไทยในแอฟริกา
กันยายน 24, 2009
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านกลับมาพบกันอีกครั้งเป็นประจำกับ Editor Talk ในเว็บไซท์ www.TopScholar.org ที่เป็นเว็บไซท์ในเชิงวิชาการที่เป็นเว็บไซท์ชั้นนำและมีผู้ติดตามมากมาย ซึ่งทางเรามีเรื่องราวดีๆ มาฝากกันประจำทุกๆสัปดาห์ ช่วงนี้สถานการณ์ในบ้านเราคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่ากับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะดีขึ้น ประชาชนอย่างพวกเราก็หวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลชุดนี้ ทำให้บ้านเมืองดีวันดีคืน
หลังจากได้มีการร่วมกันชุมนุมของเหล่าคนเสื้อแดง ซึ่งผ่านพ้นไปด้วยดี จริงๆ แล้วประเทศเราเป็นประชาธิปไตยการออกความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ไม่ผิดเหมือนอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องอยู่ในความปลอดภัย และสำคัญที่สุดเลย ถ้าให้เลือกได้คงจะมีหลายๆคนคิดว่าถ้าไม่มีเลยจะดีกว่า เพราะใครๆ ก็อยากให้คนไทยเรารักกัน
สำหรับอาทิตย์นี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 64 ณ นครนิวยอร์ก และการประชุม Pittsburgh Summit ณ นครพิตส์เบิร์ก ระหว่างวันที่ 21 - 27 กันยายน 2552 และร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งการไปครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้บริษัทการเงินที่สำคัญของสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
และเมื่อได้รับรู้สถานการณ์บ้านเมืองกันแล้ว กลับมาถึงเรื่องที่ผู้เขียนนำมาฝากกันดีกว่า เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะเคยได้ยินว่าอาหารไทยของเรานั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลามีคนมาเที่ยวเมืองไทย จะอยากลิ้มลองกับรสชาติของอาหารไทย แต่ ณ ปัจจุบัน ทราบกันหรือไม่ว่า อาหารไทย ประเทศไทยของเรานั้นไม่ได้เด่นดังแค่ต่างประเทศที่เราเรียกว่า “พวกฝรั่ง” อย่างเดียว ได้ข้ามทวีปไปถึงแอฟริกาใต้กันเลยทีเดียว
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารภาครัฐและเอกชนเยือนประเทศแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการ โดยเชื่อมั่นว่าโอกาสที่การส่งออกสินค้าของไทยเข้าตลาดแอฟริกายังมีแนวโน้มสูง และเชื่อว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มเป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 1-2 ปี จากปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกเกือบ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นางพรทิวา กล่าวว่า เนื่องจากตลาดแอฟริกาเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีความต้องการสินค้าบริการ และการลงทุนจากต่างชาติ และเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกค่อนข้างน้อย จึงเป็นตลาดที่มีการขยายตัวเป็นบวกและเป็นประตูการค้าในกลุ่มทวีปแอฟริกาได้ ซึ่งปัจจัยส่งเสริมการขยายตัวในตลาดแอฟริกา
โดย นางพรทิวา ระบุว่า อีก 2-3 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มจะเกิดวิกฤติภัยแล้งในทวีปแอฟริกา ทำให้ขาดแคลนอาหารและราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้น ซึ่งไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางอาหารและเป็นประตูการค้าเข้าสู่ประเทศต่างๆ ในกลุ่มทวีปแอฟริกา ที่มีประชากรประมาณ 930 ล้านคน โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสขยายตัวสูงในตลาดแอฟริกานอกจากอาหารแล้ว ยังมีผ้าผืน สิ่งทอ ชิ้นส่วนรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ อาหารประมง รถยนต์ ซึ่งผู้ประกอบรถยนต์รายใหญ่ของไทย ได้ตกลงผลิตรถเคลื่อนที่เพื่อให้บริการเอทีเอ็ม สำหรับผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกปีหน้า
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่า ปีนี้การส่งออกสินค้าจากไทยไปแอฟริกาใต้จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือมีมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ภาพรวมทั้งทวีปแอฟริกา การส่งออกสินค้าไทยจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5-8 หรือมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปีหน้าตั้งเป้าหมายเฉพาะแอฟริกาใต้จะขยายตัวร้อยละ 10 ส่วนทั้งทวีปแอฟริกาจะขยายตัวร้อยละ 20 เพราะเศรษฐกิจโลก
ฟังดูแล้วประเทศไทยเราก็เกาะกระแสเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารไทยเท่านั้น ยังมีแนวโน้มที่จะทำให้สินค้าตัวอื่นเข้าสู่เศรษฐกิจโลกอีกด้วย สุดท้ายนี้หน้าฝนยังไม่จางหายไป ยังไงทางผู้เขียนและทีมงานเว็บไซท์ www.TopScholar.org แสดงความห่วงใยดูแลตัวเองกันด้วยนะค่ะ เชื่อว่าอีกไม่นานทั้งสถานการณ์บ้านเมือง ภาวะเศรษฐกิจต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
ก่อนจากกันผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซด์ www.TopScholar.org ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ หรือแม้แต่คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการ ซึ่งตอนนี้นำเสนอเรื่องพิบัติภัยธรรมชาติ (สึนามิ) จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ และที่เป็นไฮไลต์ของเว็บไซด์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ หรือมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซด์นะค่ะ และที่จะลืมไม่ได้เลยหากผู้อ่านท่านใดมีคำติชมและแนะนำเว็บไซด์ของเรา สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ
TopScholar’s Web Editor
โครงการไทยเข้มแข็ง
กันยายน 9, 2009
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านกลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบในแวดวงวิชาการหรือไม่ก็ตาม เรามีสาระเป็นที่น่าสนใจมาฝากกันอย่างสม่ำเสมอ ช่วงนี้คงไม่มีข่าวไหนน่าสนใจเท่ากับการพัฒนาให้ประเทศไทยของเรานั้นมีความแข็งแรง และเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทำให้รัฐบาลที่เล็งเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ได้มีการเปิดตัว “แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน “แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง” โดยวัตถุประสงค์ของการเปิดตัวนี้เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการและเร่งรัดหน่วยงานเจ้าของโครงการ รวมถึงมีการเปิดตัวเว็บไซท์ www.tkk2555.com เพื่อเปิดช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลอีกทางหนึ่ง สำหรับโครงการนี้เป็นการจัดสรรงบประมาณล็อตแรกวงเงิน 2 แสนล้านบาทนี้ เน้นกระจายไปทุกส่วนของประเทศไทย โดยเมื่อแยกให้ไปตามกระทรวงต่างๆ มีกระทรวงที่ได้รับเงินลงทุนสูงสุดถึง 4 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีโครงการหลักๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการลงทุนระดับชุมชนถึง 24 โครงการ เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน
- กระทรวงคมนาคม เน้นที่โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว และการลงทุนระดับชุมชน
- กระทรวงสาธารณสุข เน้นที่โครงการพัฒนาและปรับปรุงโรงพยาบาลระดับจังหวัด เพิ่มครุภัณฑ์ทางด้านการแพทย์ และทำการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารตามโรงพยาบาลต่างๆ
แต่ที่ผู้เขียนว่าน่าสนใจและน่าจับตามองที่สุด คือ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่ากระทรวงนี้เป็นพื้นฐานการพัฒนารากหญ้าหรือพื้นฐานการพัฒนาเยาวชนที่มีส่วนสำคัญในการศึกษาหาความรู้เพื่อมาทำให้ประเทศชาติมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไป
โดยทาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้เน้นในเรื่องของระดับคุณภาพทางการศึกษาและมุ่งเน้นในเรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน โดยได้มีโครงการหลักๆ ดังนี้
1. โครงการติวฟรีอย่างมีคุณภาพ หรือ “Tutor Channel เพื่ออนาคตชาติ เพื่อโอกาสทุกคน” ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ ผ่านทางช่อง 11 ในเวลา 10.00-12.00 น. ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กๆจะอยู่ประเทศไทย ณ จังหวัดใด ก็สามารถรับข่าวสารโครงการนี้ได้
2. โครงการเรียนดี 3 ระดับ เป็นการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ แบ่งเป็น โรงเรียนดีระดับชาติ โรงเรียนดีระดับอำเภอ โรงเรียนดีระดับตำบล โดยทำการมุ่งเน้นด้านวิชาการเป็นหลัก
3. โครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน คือ การถ่ายทอดการสอนทางไกลให้กับโรงเรียนเหล่านี้ โดยมีโรงเรียนไกลกังวลเป็นแม่ข่าย
4. โครงการยกระดับคุณภาพของโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร โรงเรียนเด็กด้อยโอกาส โดยเน้นมีการจัดเรือนนอนให้กับโรงเรียนของเด็กที่อยู่ห่างไกลบนพื้นที่สูง ต้องมีเรือนนอนให้ รวมถึงการจัดอุปกรณ์สื่อการเรียนสำหรับผู้พิการทั่วประเทศอีกด้วย
5. โครงการห้องสมุด 3 ดี เป็นโครงการที่มุ่งเน้นในด้านการเพิ่มเติมค้นคว้าหาความรู้ มีหนังสือในสภาพดี บรรยากาศในการอ่านหนังสือ และการมีบรรณารักษ์ที่ดี โดยจะมีการสัญจรไปตามห้องสมุดตามจังหวัดต่างๆด้วย
6. โครงการคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันอัตราส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนไทย โดยเฉลี่ยคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 40 คน ซึ่งจะปรับสัดส่วนเป็น คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อนักเรียน 10 คน และถือเป็นการปฏิรูประบบการศึกษาโดยใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศครั้งใหญ่ของประเทศไทย
7. โครงการ UniNet หรือโครงการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยการใช้ใยแก้วนำแสงเดินไปยังจุดสำคัญต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งนับว่าปัจจุบันอินเตอร์เน็ตมีส่วนสำคัญสำหรับการหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง
8. โครงการอบรมพัฒนายกระดับคุณภาพและศักยภาพของครู นับว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะถ้ารากฐานในการถ่ายทอดมีความรู้ ผู้ที่รับจะสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น โดยมีการแบ่งไว้ 2 ส่วน คือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนประจำวิชา ทุกรายวิชา
9. โครงการศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education Hub) ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะดึงนักเรียน นักศึกษาต่างชาติมาเรียนในประเทศไทย อย่างน้อย 1 แสนคน
10. โครงการมหาวิทยาลัยวิจัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2552 ได้มีการประกาศมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 มหาวิทยาลัย เป็นการยกระดับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีศักยภาพด้านการวิจัย ซึ่งได้มีการจัดงบประมาณส่งเสริมการวิจัยให้ 3 ปี 9,000 ล้านบาท ให้กับ 9 มหาวิทยาลัย เพื่อให้ไปทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตร สังคม และภาคบริการ ขณะเดียวกันก็ได้จัดงบประมาณเตรียมไว้อีก 3,000 ล้าน สำหรับ 96 มหาวิทยาลัยที่เหลือ เพื่อส่งเสริมการวิจัยที่มุ่งเน้นประโยชน์ที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น พัฒนา SME พัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง
11. การยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย จะมีการจัดเตรียมครุภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อเดินหน้าสู่คุณภาพการเรียนการสอน เพื่อป้อนนักศึกษาที่มีคุณภาพสู่ตลาดเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
นอกจากนั้นยังมีอีกหลายโครงการที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยถ้าเราสังเกตกันจะเห็นว่าในแต่ละโครงการเป็นสิ่งที่ดีที่จะมุ่งเน้น ให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจฟื้นตัว บุคลาการมีคุณภาพ คนตกงานน้อยลง ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทั้งผู้อ่านและทางเราหวังว่าโครงการต่างๆที่ได้เสนอมาจะบรรลุไปในทางที่ดีขึ้น ดีขึ้นยิ่งไป
สุดท้ายนี้ก่อนจากกันผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซด์ www.TopScholar.org ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ หรือแม้แต่คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการ ซึ่งตอนนี้นำเสนอเรื่องพิบัติภัยธรรมชาติ (สึนามิ) จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ และที่เป็นไฮไลต์ของเว็บไซด์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ หรือมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซด์นะค่ะ และที่จะลืมไม่ได้เลยหากผู้อ่านท่านใดมีคำติชมและแนะนำเว็บไซด์ของเรา สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ
TopScholar’s Web Editor
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)โครงการเสริมสร้างธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
รายชื่องานวิจัยของกระทรวงยุติธรรม ปี พ.ศ. 2544 - 2551
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
หนังสือเดินทางราชบุรี
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
รวมพลังพุทธศาสน์ส่งเสริมคุณธรรม หน่วยพุทธศาสนาในสถานศึกษา
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
หน่วยพุทธศาสนาในสถานศึกษา
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
เศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่าด้วยสื่อภูมิภาค
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
กระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน
กันยายน 9, 2009
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||




















