แผนการปฏิรูปการรถไฟ
มิถุนายน 30, 2009
ในสัปดาห์นี้ Editor Talk กลับมาพบกันอีกเช่นเคย กับเรื่องราวดีที่เอามาฝากกัน จะว่าไปเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนี่ก็จะหมดเดือน 6 กันแล้ว สถานการณ์บ้านเมืองก็ยังมีเรื่องยอดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่สิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้น่าจะเป็นการดูแลสุขภาพตัวเอง มันคือการปกป้องที่ดีที่สุด และกระแสน้องหมีแพนด้าน้อยก็ยังไม่จางหายไปไหน ทำการโหวตชื่อทางไปรษณีย์กันอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ที่ไม่น่าจะเป็นประเด็นขึ้นมาก็สามารถสร้างกระแสกลบเรื่องอื่นๆ ไปได้ทีเดียว ที่อยู่ดีๆ รถไฟทั้งประเทศก็หยุดวิ่ง
เนื่องจากทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยรวมถึงพนักงานต่างๆ ได้ประท้วงโดยการหยุดวิ่งรถไฟทั่วประเทศนั้น โดยประชาชนที่จะต้องเดินทางโดยสารทางรถไฟเกิดความเดือดร้อนอย่างมากมาย
ทางด้านนายสาวิตย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การหยุดรถครั้งนี้เกิดจากสมาชิกสหภาพและพนักงานที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปการรถไฟ ส่วนหยุดรถเป็นเวลานานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องจะส่งคนมาเจรจา และสหภาพพร้อมที่จะพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานการรถไฟ ได้เสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลและรัฐมนตรีคมนาคมหลายครั้ง แต่ไม่มีใครสนใจ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังพยายามที่จะปฏิรูปรถไฟต่อไป โดยที่สหภาพไม่เห็นด้วย”
ขณะที่นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงได้ทำหนังสือนัดว่าวันอังคารที่ 23 มิถุนายน เวลา 15.00 น. จะมีการพูดคุยเจรจากับสหภาพ เพราะไม่ประสงค์ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ก็มีการหยุดเดินรถเสียก่อน ซึ่งตนเข้าใจเจตนาของสหภาพดีว่าเขาไม่ต้องการแปรรูป แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวเป็นเรื่องการแปรรูปการรถไฟ แต่เป็นการตั้งบริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ขึ้นมา และที่ผ่านมาได้มีการเดินสายชี้แจงกับพนักงานทั่วประเทศมาแล้ว
หลังจากที่ได้มีการหารือกันแล้ว จึงเกิดการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ยังยืนยันในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 เท่ากับปฏิเสธข้อเรียกร้องข้อ 1 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสำคัญที่ให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ว่าด้วย “แผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย” นำเสนอโดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง
สาระสำคัญคือ จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเดินรถ และบริษัทบริหารทรัพย์สิน แยกออกมาโดยการรถไฟฯ ถือหุ้น 100% บริษัทแรกมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท บริษัทหลังมีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท การจดทะเบียนของทั้งสองบริษัทจะต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วันหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติ จากนั้นพิจารณาแบ่งแยกภารกิจ สินทรัพย์และหนี้สิน ระหว่างการรถไฟฯ และบริษัทลูกทั้งสอง โดยภารกิจของบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินนั้นจะมีหน้าที่ในการดำเนินการให้เอกชนพัฒนาและบริหารที่ดินทั้งหมด ขณะที่บริษัทเดินรถทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเดินรถใน 4 หน่วยธุรกิจ
ขณะที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา และนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟฯ ไปเจรจาทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานการรถไฟฯ อย่างน้อยก็ปรับความคิดและความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน เพราะจริงๆ แล้วความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเป็นกรรมการสหภาพการรถไฟฯ ชุดปัจจุบันที่มี นายสาวิต แก้วหวาน เป็นประธานคนปัจจุบันเป็นคนละชุดกับกรรมการสหภาพชุดเดิม อีกทั้งความเห็นของสหภาพการรถไฟฯ 2 ชุดก็ต่างกัน
ส่วนทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า เตรียมพบปะหารือ กับประธานบริษัท China Railway Engineering Corporation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนที่ดูแลเรื่องรถไฟ เพื่อหารือถึงการปรับปรุงรถไฟ และเชิญชวนให้มาร่วมลงทุนเพราะรัฐบาลต้องการที่จะเชื่อมต่อรถไฟในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับจีนที่สร้างเส้นทางรถไฟมาถึงเวียดนาม และจะขยายต่อมาถึงประเทศกัมพูชาด้วย โดยเรื่องการท่องเที่ยวนั้น นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลจีน ทำความเข้าใจกับประชาชนให้มาท่องเที่ยวในไทย ซึ่งทางจีน ยืนยัน จะให้การสนับสนุนให้คนจีนมาเที่ยวเมืองไทย
อย่างไรก็ตาม ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า การตั้งบริษัทลูก 2 บริษัทเป็นการแปรรูปการรถไฟฯ ที่ไม่ใช่นักการเมืองและนักธุรกิจได้ประโยชน์ แต่เป็นที่ประชาชนจะไม่ถูกขูดรีดค่าโดยสารในอนาคต ในทั้งนี้ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหยุดเดินรถไฟสามารถอธิบายชี้แจงให้พนักงานและประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างถ่องแท้ว่าการฟื้นฟูการรถไฟฯตามแผนนั้นมุ่งที่ประโยชน์ของการรถไฟฯ จริงๆ ในทางตรงกันข้าม ถ้าอธิบายไม่ได้ หรืออธิบายแล้วคนไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อก็ยากที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังจะเดินหน้าฟื้นฟูการรถไฟฯ ไปได้อย่างราบรื่น
ก็อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวให้ฟังไปแล้วถ้าทางคณะรัฐบาลดำเนินการ “แผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย” โดยอิงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักใหญ่ ก็คงทำให้ทั้งผู้เขียนผู้อ่านมีความสุข โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าวางแผนเดินทาง ทางรถไฟ แล้วอยู่ดีๆ รถไฟก็หยุดวิ่งโดยไม่รู้ตัว
สุดท้ายผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซด์ www.TopScholar.org ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ หรือแม้แต่คอลัมน์ซึ่งเป็นไฮไลต์ของเว็บไซท์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ “การเพิ่มอายุการใช้งานของระบบม่านน้ำจากหน่วยพ่นสี” ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ เรื่อง “พุทธจริยศาสตร์ การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์” ของ ผศ.ดร.วิทยา ศักยภินันท์ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ หรือมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซท์นะค่ะ และที่จะลืมไม่ได้เลยหากผู้อ่านท่านใดมีคำติชมและแนะนำเว็บไซท์ของเรา สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













