ยืด… โครงการรถเมล์ NGV
มิถุนายน 4, 2009
Editor Talk มาพบกันเช่นเคยกับเรื่องราวดีๆ ที่มีมาฝากกันอย่างต่อเนื่อง มีข่าวมากมายที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้แบบทันยุคทันสมัย ยิ่งไปกว่านั้นในระยะนี้มีข่าวน่าสนใจหลายเรื่องทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นข่าวน่ารักๆ อย่างเจ้าหมีแพนด้าช่วงช่วง กับหลินฮุ้ย ที่ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยๆ ซึ่งข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไปก็สร้างความสนใจให้ประชาชนทั่วประเทศ ทั้งลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงผู้ใหญ่ต่างก็ร่วมยินดี และมีบางกลุ่มถึงขนาดเดินทางไปถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อได้ไปชื่นชมลูกหมีแพนด้าด้วยตาตนเองเชียวนะ (แหม! ยกนิ้วให้เขาเลย) หรือจะเพิ่มดีกรีความเข้มข้นของข่าวมาอีกนิดกับข่าวที่น่าจับตามองและเราทุกคนควรจะติดตามเป็นอย่างยิ่งกับโครงการรถเมล์ NGV โครงการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ผู้เขียนจึงไม่อยากนิ่งดูดาย ทันทีที่ข่าวได้ถูกเผยแพร่ออกมา ผู้เขียนจึงรีบนำมาเสนอต่อท่านผู้อ่านอย่างควันเช่นกันค่ะเรียกได้ว่า “อาหารมื้อนี้ จานด่วนจริงๆ”
ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 40 ส.ว. เสนอให้ขยายเวลาการศึกษาโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ออกเป็น 3 เดือน และให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยศึกษาร่วมกับทางสภาพัฒน์ฯ (สศช.) ด้วยว่า ขณะนี้เราไม่ได้เจาะจงไปที่ตัวสำนักงาน สศช. แต่ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการของ สศช. ซึ่งตนคิดว่าก็มีผู้ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญและน่าจะมีเครือข่าย ตนคิดว่าถ้าเขาใช้เวลาไปศึกษา 1 เดือน และหากจำเป็นในแง่ที่ต้องการดึงเอาฝ่ายอื่นๆ เข้ามาก็สามารถที่จะรายงานมาได้รัฐบาลก็ยินดี
เมื่อถามต่อว่ามีการเสนอให้ทำประชาพิจารณ์ในโครงการนี้ด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าเรื่องการปรับปรุงรถเมล์เป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะยอมรับได้ เพราะสภาพของการบริการ และปัญหาของ ขสมก. ตนมั่นใจว่าไม่มีใครคิดว่าควรจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นอย่างไรก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
“สิ่งที่เป็นความต้องการของคนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือ การมีรถใหม่ รถสะอาด บริการที่ดี ระบบที่สะดวก เชื่อมโยงกับขนส่งมวลชนอื่นได้ในอนาคต ผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้ไม่ควรจะต้องมีการมาตั้งคำถามว่าควรจะทำหรือไม่ วันนี้ก็ติดอยู่เพียงประเด็นเดียวว่าการจะได้รถเพื่อเข้าสู่ระบบนั้นวิธีการที่จะหามา วิธีการใดที่คิดว่าดีที่สุดเท่านั้นเอง ประเด็นวันนี้อยู่ที่ว่าการเช่าหรือการซื้อสิ่งไหนจะคุ้มค่ามากที่สุด และถ้าตัดสินใจเลือกวิธีการใดแล้ว ก็ต้องไปสู่กระบวนการที่โปร่งใสที่สุด ในเชิงการบริหารสมมติว่าการซื้อเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อในราคาไหนก็ได้ ก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการที่โปร่งใสว่าจะซื้อในราคาใด ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับสังคมได้อย่างไรว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องแค่นักการเมืองตกลงกันได้ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลานี้ไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง แต่เวลานี้เป็นเรื่องที่ให้ทางคณะกรรมการของ สศช. ได้ดูในเชิงเทคนิค และการบริหารว่าวิธีการใดดีที่สุด ซึ่งก็หมายความว่าการจะเดินหน้าในโครงการนี้ได้ความโปร่งใสคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็ได้ย้ำมาโดยตลอด
ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่มีนโยบายที่เป็นของตัวเอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะตอบได้ว่าเช่า หรือซื้อดีกว่ากัน เพราะมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าใช้วิธีการซื้อก็จะเป็นสินทรัพย์ของเรา แต่ขณะเดียวกันปัญหาที่ผ่านมา ระบบการซ่อมบำรุง ดูแล ก็มีปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าเรามีคนเข้ามารับผิดชอบทุกอย่างได้ ก็จะเป็นข้อดี แต่ขณะเดียวกันความยืดหยุ่นและความคล่องตัวก็น้อยกว่าถ้ามีการปรับเปลี่ยน ดังนั้นมันจึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ก็ไม่สามารถที่จะบ่งชี้ได้ว่าวิธีไหนดีกว่ากันแน่นอน
เมื่อถามว่าทำไมรัฐบาลจึงไม่กล้าตัดสินใจแต่กลับใช้วิธีการยืดเวลาออกไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้เวลาเพียงเดือนเดียว ความจริงเรื่องนี้ค้างมาก่อนหน้านี้นานแล้ว พูดกันมาตั้งแต่ต้นหรือกลางปีที่แล้ว และก็มีปัญหาด้านตัวเลขมาโดยตลอด พอมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันเมื่อมีการเสนอโครงการเข้ามา ก็ใช้เวลา 2 สัปดาห์ไปไล่ดูตัวเลขในส่วนของการเช่าก็สามารถลดจำนวนเงินการลงทุนไปได้มาก ประมาณ 5 พันล้านบาท แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าถ้าใช้วิธีการซื้อจะดีกว่านี้หรือไม่ ก็ต้องไปดูกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่พรรคภูมิใจไทยตั้งแง่ว่าที่รัฐบาลไม่ผ่านโครงการนี้ก็ เพราะต้องการดึงเรื่องของรถเมล์ไปทำเพื่อให้เป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์เอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่มีการพูดถึงตรงนั้น ความจริงความคิดเรื่องการจะโอนรถเมล์ไปให้กรุงเทพมหานครทำมันมีมาก่อน จนถึงขั้นมีมติ ครม.ไปแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จเพราะมีปัญหาเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการในครั้งนี้ก็จะมีการปฏิรูปองค์การขนส่งมวลชนไปด้วย เพราะในโครงการนี้สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นคือ ระบบตั๋วจะต้องเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเสนอทางออกให้กับพนักงาน เพราะจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของจำนวนคนพอสมควร เพื่อที่จะลดต้นทุน จะต้องมีโครงการที่รองรับพร้อมๆ กับการปรับเปลี่ยนตรงนี้
“ขอยืนยันเลยว่าการทำครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนรถอย่างเดียว มันต้องมีการเปลี่ยนระบบของตัวบริการ เหมือนกรณีที่ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่มีมติเกี่ยวกับเรื่องรถไฟให้ชัดเจนเลยว่าต่อไปตัวการรถไฟที่เป็นตัวแม่ก็ทำในเรื่องของราง แต่ในส่วนของการเดินรถต้องแยกองค์กรออกมา การมาบริหารในเรื่องของทรัพย์สิน ในเรื่องที่ดิน ก็ต้องแยกออกมา และเชื่อว่าจะทำให้การขาดทุนลดลงเยอะ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้ถึงขั้นต้องมีการเคลียร์ใจกับพรรคภูมใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนว่าทุกอย่างมีเหตุผลชัดเจนอยู่แล้ว และรัฐมนตรีทุกคนก็ดูเข้าใจดี ไม่เห็นมีข้อโต้แย้งอะไรใน ครม. เมื่อได้ข้อสรุป เมื่อถามว่าในรายละเอียดของโครงการพอจะจับได้บ้างหรือไม่ว่ามีการทุจริตอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรียนว่าในเรื่องของตัวเลขมีการถกเถียงกันก็ยังมีตัวเลขที่เห็นต่างกันอยู่ เช่น เรื่องของดอกเบี้ย โดยเฉพาะเรื่องค่าซ่อมนั้นเป็นปัญหามาก เนื่องจากฝ่ายหนึ่งก็อิงในสภาพที่เป็นอยู่ อีกฝ่ายหนึ่งก็ไปอิงเอาการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าฯ ซึ่งความจริงไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตรง แต่ศึกษาในเรื่องการกำหนดค่าตอบแทนว่ารัฐควรจะชดเชยเท่าไหร่ กรณีที่รถเมล์ให้บริการฟรีหรือการให้บริการต่ำกว่าต้นทุน อีกทั้งมีปัญหาที่ถกถียงกันว่าในเรื่องการซ่อม เรื่องมาตรฐาน เรื่องยางและเรื่องต่างๆ ที่ยังมีความแตกต่างกันจึงยังมีตัวเลขที่เป็นข้อถกเถียง แต่ทางกระทรวงคมนาคมก็ยืนยันว่าได้ปรับลดลงมาจนถึงที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมีคำถามว่าแล้วถ้าใช้วิธีการซื้อมันจะถูกกว่ากันหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักของนายกรัฐมนตรีในวันนี้คือการรักษาความรู้สึกของพรรคภูมิใจไทยหรือรักษาความรู้สึกของประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมทำในสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในแง่ของตัว ขสมก. ที่จะต้องฟื้นมาให้ได้ และมีการบริการที่ดีถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ส่วนที่มีการพูดถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงด้วยนั้น ก็เป็นเรื่องของการคำนวณในตัวเลขรวม แต่ถ้าใช้วิธีการเช่า ขสมก. ก็จะไม่ต้องมารับผิดชอบในส่วนนี้
เมื่อถามว่าส่วนราชการเองทำไมไม่มีการเสนอเข้ามายังรัฐบาล เพราะหลายหน่วยงานขณะนี้ก็ใช้วิธีการเช่าเป็นส่วนใหญ่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีทั้งสองกรณีทั้งการเช่าและซื้อ ยอมรับว่าหลายหน่วยงานเปลี่ยนจากการซื้อมาเป็นการเช่า ขณะเดียวกันก็เริ่มมีหลายหน่วยงานบ่นว่าแพง อย่างกรณีของกระทรวงยุติธรรมก็หยิบยกมาพูดว่าพอเช่าไปได้สักระยะหนึ่งก็ต้องทบทวนว่าการซื้อถูกกว่าหรือไม่ อย่างไรก็ตามในส่วนของการเช่าก็ยังมีปัญหาในเรื่องของอายุการเช่าที่มีถึง 10 ปี ซึ่งดูจะยาวไปกว่าอายุการใช้งานของรถ
ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีดูเหมือนจะเห็นด้วยกับการซื้อมากกว่าการเช่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า “ครับ แต่ก็มีข้อกังวลว่าถ้าหากใช้วิธีการซื้อแล้ว ลักษณะการซ่อมบำรุง การรักษารถยังคงเป็นอย่างในปัจจุบันมันก็ลำบาก เพราะในช่วงเริ่มต้นการซื้อมันดูถูกกว่าแน่นอน แต่ถ้าค่าซ่อมเป็นอย่างที่เป็นอยู่กว่าจะครบ 10 ปี ตามอายุการเช่าก็อาจจะแพงกว่า จึงจำเป็นต้องให้กลับไปดูให้ชัดเจนว่าวิธีไหนน่าจะดีที่สุด” ที่มา : www.komchadluek.net
ฟังท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กันไปแล้ว เรื่องดังกล่าวอาจนับว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบเป็นพิเศษ เพราะนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ในด้านของการใช้บริการของประชาชนเกี่ยวกับค่าบริการก็นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันให้ละเอียดด้วยว่าส่วนได้ส่วนเสียที่ประชาชนจะได้รับนั้น มีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงไร และผลกระทบจะออกมาในเชิงลบหรือเชิงบวกมากกว่ากัน… ผู้เขียนขอฝากไว้ด้วยค่ะ
สุดท้ายผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซท์ TopScholar ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ หรือแม้แต่คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการซึ่งตอนนี้นำเสนอเรื่องพิบัติภัยธรรมชาติ (สึนามิ) จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ และที่เป็นไฮไลต์ของเว็บไซท์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานวิชาการใหม่ๆ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ และมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซท์นะค่ะ อ้อ! และจะลืมไม่ได้เลย หากผู้อ่านท่านใดมีคำติชมและแนะนำเว็บไซท์ของเราก็สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













