กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ?
พฤษภาคม 25, 2009
สำหรับ Editor Talk สัปดาห์นี้ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลง ขอหยิบยกประเด็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนไทยทั่วประเทศ กับเรื่องการกู้เงินจำนวนหลายแสนล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งผู้เขียนได้ยินครั้งแรกก็ถึงกลับอึ้งกิมกี่ไปเลย ว่าจำเป็นที่ต้องกู้เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นเชียวหรือ? เพราะที่ผ่านมาเราคนไทยทุกคนได้หายใจคล่องคอไปไม่กี่ปีกับการปลดหนี้ IMF และแน่นอนค่ะว่า ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ต้องเกิดข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน อย่างน้อยต้องมีคำถามเกิดขึ้นมาในใจบ้างล่ะว่า นำมาใช้ส่วนไหน อย่างไร แล้วจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้จริงอย่างที่ว่าไว้หรือไม่ ล่าสุดหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ได้เสนอข่าวดังกล่าว ผู้เขียนอ่านข่าวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนำมาฝากท่านผู้อ่านกัน เพราะนับว่าเป็นข่าวที่คนไทยทุกคนควรจะได้รับรู้เพื่อติดตามกันต่อไป สำหรับเรื่องราวดังกล่าวสามารถติดตามได้ในรายละเอียดค่ะ
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ซึ่งเป็นการกู้เงิน 4 แสนล้าน ที่ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 184 โดยได้เข้าชื่อ ส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่งในห้าตามรัฐธรรมนูญ 185 กำหนดไว้ โดยพระราชกำหนดกู้เงินดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ในลักษณะซ่อนเงื่อน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภาโดยฉกฉวยแอบซ่อนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นเข้าไปด้วย ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามมาตรา 184 วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้กู้เงินได้เท่าที่ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น การออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเงินคงคลังที่ร่อยหรอลงจำนวน 2 แสนล้านบาทเป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าฉุกเฉินมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่การออกพระราชกำหนดกู้เงินเกินกว่าจำนวนดังกล่าวอีก 2 แสนล้านบาทเพื่อเป็นกองทุนเงินนอกงบประมาณเพื่อการลงทุนนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นหลักฐานความล้มเหลว และผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผิดพลาดไปจากเป้าหมายมากจนไม่สามารถปิดหีบงบประมาณปี 2552ได้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็เคยคิดจะเอาเงินกองทุนนอกงบประมาณมาเสริมสภาพคล่องให้เงินคงคลัง แต่ถูกคัดค้าน มิหนำซ้ำรัฐบาลยังกู้เงินเกินมากกว่าที่จำเป็นอีก 2 แสนล้านมาเป็นเงินนอกงบประมาณ อ้างความจำเป็นจากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว แต่แฝงไว้ใช้ในภารกิจทางการเมืองของรัฐบาลและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภา ทั้งๆที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบกลางปี 2552 ยังเบิกจ่ายได้ไม่เต็มที่
ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนเท่านั้น ในปีงบประมาณ 2552 อีกทั้งการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมปี 2552 จำนวน 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยกว่า ยังต้องผ่านการพิจารณาสามวาระจากรัฐสภาใช้เวลาอภิปรายหลายวัน ดังนั้น การออกกฎหมายกู้เงินเพื่อการลงทุนในลักษณะกองทุนเงินนอกงบประมาณนี้ไม่ถูกต้อง จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานซึ่งถ้าปล่อยไป ต่อไปรัฐบาลชุดใหม่จะหลีกเลี่ยงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายตาม พ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายปี 2502 เพราะต้องถูกอภิปรายตรวจสอบจากรัฐสภา
นายคณวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องดังกล่าว ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าทำถูกต้อง ตนอยากให้ออกรายการโทรทัศน์ เพื่อชี้แจงเหตุผลกับประชาชนให้ชัดเจน ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรี หรือ รมว.คลัง มา เพียงขอให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ มาร่วมชี้แจงก็พอ จะได้ให้คนไทยทั้งประเทศรับทราบอย่างโปร่งใส
เรื่องแบบนี้ผู้เขียนเห็นว่ามีประชาชนคนไทยไม่น้อยเลยที่มีความคิดเห็นที่เห็นด้วย และ คัดค้าน แต่ที่สุดแล้วคงดีไม่น้อยหากเราทุกคนร่วมกันแก้ไขหาทางออกและมีคำตอบที่โปร่งใส เพื่อการนำวิธีการแก้ปัญหานั้นๆ มาใช้เพื่อให้เกิดผลระยะยาว และเพื่อผลประโยชน์ที่คนไทยทุกคนจะได้รับอย่างแท้จริง มิใช่ผลประโยชน์ของคนไทยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
สุดท้ายผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ มากมายที่ยังคงมีมาให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์กันกับเว็บไซท์ TopScholar.org ของเรา เพราะตอนนี้ทางทีมงานได้มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ และเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิด ชวนอ่าน ซึ่งตอนนี้ได้รับเกียรติจากนักเขียนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายอย่าง คุณกฤษณ์ วงศ์วิเศษธร ดีกรี น.บ. (ธรรมศาสตร์), ป.วิชาว่าความ (สภาทนายความ), นักศึกษาโครงการประกาศนียบัตรบัณฑิตกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด กับการถ่ายทอดเรื่องราว “บทวิเคราะห์: คดีมาบตาพุด ถูกใจแต่อาจไม่ถูกต้อง” เรื่องราวจะน่าสนใจ และมีอะไรที่ใครหลายคนยังไม่เคยทราบมาก่อนกับเรื่องดังกล่าว ผู้อ่านจะได้ทราบกันในบทความนี้ล่ะค่ะ ความน่าสนใจในเว็บไซท์ไม่หมดเพียงเท่านี้นะค่ะ เพราะทีมงานได้นำหนังสือดีๆ ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผลงานใหม่ล่าสุดของ ท่านอาจารย์จากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ซึ่งได้ให้ความไว้วางใจกับโรงพิมพ์ นำมาอัพโหลดให้ท่านผู้อ่านได้เลือกชมกันอย่างไม่ผิดหวังแน่นอน หากท่านผู้อ่านมีข้อเสนอและคำแนะนำกับทางเว็บไซท์ ผู้เขียนยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพียงท่านส่งความคิดเห็นเหล่านั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อนค่ะ…สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น














