แกะรอย “สึนามิ” ตามแนวคิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี ชูวงษ์

มกราคม 26, 2009

26 ธันวาคม 2547 ประวัติศาสตร์ที่โลกไม่ลืม… พิบัติภัย “สึนามิ” กับเหตุการณ์คร่าชีวิตและทรัพย์สินของมวลมนุษย์อย่างมหาศาล และประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เป็นเวลา 4-5 ปีแล้วที่คนไทยผ่านเหตุการณ์นั้นมา แต่ทุกภาพทุกความทรงจำในครั้งนั้น มิได้เลือนหายไปไหน มีแต่จะตอกย้ำความรู้สึกให้ได้หวาดผวาทุกครั้งเมื่อนึกถึง

สนทนาประสาวิชาการครั้งนี้ จึงขอนำประเด็นเกี่ยวกับ สึนามิ มาสนทนากัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันนี้… วันวานของวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เกิดขึ้นได้อย่างไร? และมีความเป็นมาอย่างไร? ซึ่งทางเราได้รับเกียรติจาก ท่าน ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ ท่านผู้รู้ด้านธรณีวิทยา และเชี่ยวชาญเรื่องสึนามิ ซึ่งนับเป็นบุคคลมีคุณภาพในแวดวงวิชาการอีกท่านที่น่าจับตามอง มาร่วมแกะรอยตามหาอดีตไปพร้อมๆ กับเราค่ะ

Q1: อาจารย์ช่วยแนะนำเกี่ยวกับประวัติการศึกษา และการทำงานพอสังเขปได้หรือไม่ค่ะ ว่ามีความเป็นมาอย่างไรกว่าจะมีวันนี้ได้ค่ะ?
ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยทสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น งานวิจัยวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกนั้น ผมได้วิจัยเรื่อง การศึกษาตะกอนสึนามิ จากเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2547 ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวไม่ค่อยมีใครได้ศึกษากัน โดยเฉพาะนักธรณีวิทยาในประเทศไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาเรื่อง สึนามิมาจนถึงปัจจุบัน ผมบรรจุเป็นอาจารย์ภาควิชาฯ มาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งตอนนั้นผมจบปริญญาตรี และกำลังศึกษาต่อปริญญาโท ทางภาควิชาฯ ได้ชักชวนผมให้มาเป็นอาจารย์ผมจึงตกลง และสอนมาจนถึงปัจจุบันนี้

Q2: เพราะอะไรถึงสนใจเรื่อง “สึนามิ” ค่ะ?
จะว่าไปแล้วเปรียบเสมือนสถานการณ์พาไปครับ เมื่อย้อนเวลากลับไปช่วงที่ผมเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ผมศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในอดีต เคยทำวิจัยเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง, เรื่องวิวัฒนาการของภูมิประเทศชายฝั่ง บังเอิญเกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้น เมื่อ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงเล็งเห็นว่า ควรจะมีทีมงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมศึกษาผลกระทบจากสึนามิครั้งนี้ด้วย ซึ่งภาควิชาธรณีวิทยาเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อเกิดเรื่องขึ้นได้เพียง 3 วัน ทีมงานต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการศึกษาวิจัย จนถึงปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลา 4-5 ปีแล้ว

Q3: สึนามิ คืออะไร มีความหมายอย่างไร?
“สึนามิ” คำนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลตรงตัวตามศัพท์ว่า คลื่นที่เข้ามาทำลายท่าเรือ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “คลื่นท่าเรือ” โดยปกติคนญี่ปุ่นจะมีนิสัยช่างสังเกต และประเทศของเขาอยู่ในพื้นที่ๆ สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดพิบัติภัยอย่างมาก ชาวญี่ปุ่นจะใช้อ่าวสำหรับจอดเรือ เพราะฉะนั้นเวลาเกิด สึนามิ คลื่นที่เกิดจะเป็นคลื่นที่ทวีความรุนแรง และคลื่นที่เข้ามาจะสูงขึ้นๆ ซัดเข้าฝั่งบริเวณอ่าวที่จอดเรือ มีอำนาจทำลายล้างท่าเรือและทุกสิ่งทุกอย่างเพียงชั่วพริบตา

Q4: สึนามิเกิดขึ้นจากอะไร มีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิด?
ปัจจัยที่สามารถจะทำให้เกิดสึนามิได้ มีปัจจัยเพียง 4 ประการ ได้แก่ 1) ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวใต้ทะเล เป็นแผ่นดินไหวที่แผ่นดินขยับตัวในแนวดิ่ง จากนั้นเกิดการกระเพื่อมของแรงน้ำ แล้วมีแผ่นเปลือกโลกเป็นตัวกระเด้ง ทำให้เกิดคลื่นอยู่ด้านบน กระเพื่อมออกไปกลายเป็นคลื่นสึนามิ 2) ปรากฏการณ์แผ่นดินถล่ม ต้องเกิดในมหาสมุทรใหญ่ๆ เท่านั้น แผ่นดินถล่มนี้ อาจจะเกิดการถล่มบนบก แล้วลงสู่มหาสมุทร หรือเกิดการถล่มอยู่ในทะเลก็ได้ แล้วทำให้เกิดการกระเพื่อมของน้ำ จนกลายเป็นคลื่นสึนามิ 3)ปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดใต้ทะเล และ 4) ปรากฏการณ์อุกกาบาต ซึ่งในกรณีนี้โอกาสเกิดได้น้อยมาก นอกจากว่าจะโชคร้ายจริงๆ โดยปัจจัย 2 ประการแรกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสึนามิมากที่สุด

Q5: ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมีอะไร อย่างไรบ้างค่ะ?
ผมคิดว่าจากกรณีศึกษาตัวอย่าง เมื่อ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมานับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศชิลี ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดคือ ปรากฏการณ์แผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ที่ 9.2 ริกเตอร์ เป็นโศกนาฏกรรมที่ทำให้สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ไปประมาณ 2 แสนกว่าคน สำหรับประเทศไทยเราประมาณ 5,800 คน สูญหายนับหมื่นคน ส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติเสียหายจำนวนมากมิอาจจะประมาณได้

Q6: มีวิธีป้องกันภัยอย่างไรบ้างค่ะ?
ธรณีพิบัติภัยสามารถป้องกันได้ ถ้าทราบชัดเจนว่าเกิดแผ่นดินไหวในทะเล เราจะมีเวลาเตรียมตัวในการหลบภัยประมาณ 20-30 นาที สึนามิมีปรากฏการณ์ที่พิเศษอย่างหนึ่ง กล่าวคือ ก่อนที่จะเกิดสึนามิจะเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นจะเกิดคลื่นเป็นกำแพงสีขาวซัดถาโถมเข้ามาชายฝั่ง ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติดังกล่าว ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นควรเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่สูงทันที

Q7: จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกประเทศหันมามองในเรื่องของระบบเตือนภัย สำหรับประเทศไทยแล้ว อาจารย์คิดว่าระบบเตือนภัยของเราให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้มากน้อยเพียงใดค่ะ?
สำหรับในประเทศไทย เรามีระบบเตือนภัยนี้เพียงระบบเดียว ดังนั้นเราควรจะให้ความเชื่อถือกับระบบที่มีอยู่ ซึ่งเรื่องระบบการเตือนภัย หรือการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัย สึนามิ ในประเทศไทยนั้น ควรได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นมาตรฐานต่อไป

Q8: ตามแนวคิดของอาจารย์ คิดว่า ประชาชนคนไทยมีความรู้เพียงพอหรือไม่ค่ะ เกี่ยวกับเรื่อง สึนามิ สำหรับการรับมือสถานการณ์ในครั้งต่อไป?
สำหรับผมๆ คิดว่าพอครับ พอในที่นี้ หมายถึง ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ สึนามิ สามารถศึกษาค้นคว้าจากตำรา หนังสือหรือวารสารมากมายที่ออกมา แต่ที่ผมให้ความสำคัญอยู่ ณ ขณะนี้ คือเรื่องระบบเตือนภัยมากกว่า ควรจะจัดหน่วยงาน หรือศูนย์ข้อมูลการกระจายข่าวที่รวดเร็วแม่นยำ และมีอำนาจการตัดสินในการปล่อยสัญญาณเตือนภัยมากกว่า

Q9: ประเทศไทย มีโอกาสจะเกิดสึนามิได้อีกหรือไม่ค่ะ ถ้ามีคาดการณ์ได้หรือไม่ค่ะว่าใช้ระยะเวลาเท่าไหร่?
โอกาสที่จะเกิดมีแน่นอนครับ แต่เมื่อไหร่… เป็นเรื่องยากที่จะตอบ เนื่องจากว่าสึนามิเป็นผลเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่การที่เราจะรู้อนาคตเราต้องตามหาอดีตให้เจอก่อน ซึ่ง ณ เวลานี้ เราเจอแล้ว จากการที่ผมและทีมงานได้ใช้เวลาศึกษาวิจัย และลงพื้นที่เก็บข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้พบข้อมูลและหลักฐานการเกิดสึนามิ เราพบหลักฐานที่เกาะพระทอง จ.พังงา ซึ่งขุดเจอตะกอนทรายแทรกชั้นในดิน คำนวณค่าอายุได้ประมาณ 600 ปี (วารสาร Nature, 30 October 2008)

Q10: คำว่า “สึนามิ” เป็นภาษาญี่ปุ่น ทำไมไม่ใช้ภาษาอังกฤษ และในประเทศไทยมีคำว่าสึนามิใช้บ้างไหมค่ะ?
สึนามิ เป็นพิบัติภัยที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งใช้คำนี้มา 400-500 ปีแล้ว แต่ในภาษาอังกฤษนั้น แต่เดิมใช้คำศัพท์ “Harbour Wave” ในประเทศไทยเองครั้งที่เกิด สึนามิ นั้นได้ใช้คำว่า คลื่นยักษ์ เป็นคำแรก ต่อจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2548 ราชบัณฑิตยสถาน กำหนดให้ใช้คำว่า “สึนามิ” และคำนี้จึงกลายเป็นภาษาสากลที่ทราบกันทั่วโลก

Q11: สุดท้าย อยากให้อาจารย์ฝากข้อคิดดีๆ ถึงท่านผู้อ่านเพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้สักเล็กน้อยค่ะ?
ผมอยากฝากเรื่องข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ สึนามิ ท่านผู้อ่านจดหมายข่าวมิสเตอร์ก๊อปปี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนักวิชาการ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าข้อมูลความรู้อะไรที่เกี่ยวกับ สึนามิ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ควรพิจารณาถึงแหล่งและบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลนั้นด้วยว่าน่าเชื่อถือ หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวจริงเท็จแค่ไหน เพราะข้อมูลที่มีอยู่ทั่วไปก็มากมายเหลือเกิน แต่ที่เป็นแหล่งที่มาจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องๆนั้นมีไม่มากนัก จึงขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ บทสัมภาษณ์จาก ดร.มนตรี ชูวงษ์… ทางทีมงาน TopScholar.org ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

TopScholar’s Web Editor

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Live
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Comments

แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น