ข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร
ตุลาคม 22, 2008
กลับมาพบกันอีกครั้งนะค่ะสำหรับสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2551 กับ www.TopScholar.org เว็บไซท์ที่จะเปิดโลกแห่งข่าวสารและความรู้ทางวิชาการ ช่วงเวลานี้เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว จะเห็นได้ว่าถึงจะมีฝนตกลงมาปะปลาย ที่เขาเรียกว่า ฝนสั่งฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของลมหนาวที่ผัดผ่านเข้ามาในยามรุ่งอรุณ แต่อากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ แน่นอนล่ะค่ะว่ามีหลายคนทีเดียวปรับตัวไม่ทัน ไข้หวัดก็เข้ามาทักทายได้เช่นกัน อย่างไรก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะ ด้วยความปราถนาดีจาก TopScholar ค่ะ การได้สื่อสารกันระหว่างเรานับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีนะค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ได้รับรู้ความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเมืองแล้ว ยังมีส่วนทำให้เรารู้จักกันมากขึ้นด้วยจากกิจกรรมบนหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่น กระดานเสวนาวิชาการ การแนะนำผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ๆ การตั้งคำถาม-ตอบกระทู้ด้านต่างๆทางสังคม และอีกมากมาย หลายรสหลากอารมณ์ แต่ไม่ปนเปื้อนสารเสพติดอย่างแน่นอนค่ะ (หัวเราะ)
สำหรับข่าวเด่นประเด็นร้อนที่จะมาเสริฟ์ให้ท่านผู้อ่านที่โปรดปรานการบริโภคข่าวสารเป็นอาจิณได้อ่านกัน ก็คงหนีไม่พ้นเหตุบ้านการเมืองของเรา เพราะนอกจากจะต้องเผชิญศึกภายในจากผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย ที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด อย่างไร หรือต้องรอให้พบกับความสูญเสียที่เกินจะเยียวยา และต้องเสียน้ำตากับความเจ็บปวดที่คนไทยได้รับกันเอง มาถึงตรงนี้ก็หน้าเศร้า ที่ไทยไม่รักไทยแล้วจะให้ใครมารักเรา แต่ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องเก่าไม่ทันหายเรื่องใหม่ก็มาจ่อคิวรอให้ปวดหัวกันอีกละลอก กับกรณีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งปัญหานี้ได้คลี่คลายลงไประดับหนึ่งแล้ว เมื่อใช้เวทีเจรจาระหว่าง 2 ประเทศที่ดำเนินการมา โดยมีการเสนอให้เป็นมรดกโลก จึงทำให้ครั้งนั้นลดความตึงเครียดที่เคยเกิดขึ้น แต่ล่าสุดเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ภูมะเขือ ชายแดนจังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งทหารไทยได้ถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำดินแดน แต่ฝ่ายทหารไทยชี้แจงว่าเป็นเพียงการไปเก็บทุ่นระเบิด ปัญหาเขตแดนทับซ้อนที่เกิดขึ้นหลายแห่งรวมถึงปราสาทอีกหลายสถานที่ หลายจุดยังเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องหาทางออกร่วมกัน แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ การยึดแผนที่คนละฉบับ ต่างก็อ้างว่าเป็นของตนเอง ซึ่ง ฝ่ายกัมพูชาเองก็พยายามอ้างสิทธิ อ้างแผนที่ อ้างถึงความเป็นเจ้าของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามศิลปะและวัฒนธรรมของเขา ส่วนไทยเองก็มั่นใจว่าทั้งปราสาทหลายแห่ง พื้นที่ซับซ้อนหลายจุดเป็นของไทยเพราะดูแลรักษามายาวนาน จึงสามารถอ้างสิทธิได้ การที่นำปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงส่วนเดียวจึงเกิดปัญหา แต่ถ้านำพื้นที่ที่เป็นเขตทับซ้อนทั้งชุดมาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สามารถใช่ร่วมกันได้ น่าจะเป็นอีกทางออกที่สามารถแก้ปัญหาได้
ถ้าตัดคำว่าเชื้อสาย ใครเป็นใคร แล้วให้คำนึงถึงชีวิต และเพื่อนมนุษย์ ถึงจะต่างชาติ ต่างภาษา แต่ถ้าเปิดใจมองกัน ร่วมมือกันแก้ไข หาหนทางออกอย่างสันติวิธี นอกจากจะไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแล้ว สามารถที่จะสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ตราบชั่วลูก ชั่วหลาน จริงไหมค่ะ? เพราะประเทศไม่ได้จบแค่เรา แต่หากต้องดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป ถ้าจะทำอะไรก็น่าจะคิดให้ไกลไม่ใช่แค่ใกล้ตัว ขอฝากไว้ด้วยนะค่ะ และหากใครมีข้อสงสัย หรือต้องการแนะนำอะไรกับเว็บไซต์ของเรา ก็ยินดีน้อมรับ โดยส่งอีเมล์มาคุยกันได้ที่ editor@topscholar.org สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













